หุ้นร่วงหนักทั่วโลก ดาวโจนส์ติดลบวันเดียว

อัพเดทข่าวดัง

หุ้นดาวโจนส์ตกลงมาถึง 1,175 จุด ภายในเวลาแค่วันเดียว ซึ่งนับว่าเป็นการตกลงที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินสหรัฐฯ ฉุดตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ร่วงตาม 2-4%

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของสหรัฐฯ ร่วงลงไปกว่า 1,600 จุดในระหว่างชั่วโมงซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ก่อนจะมีแรงช้อนซื้อในช่วงก่อนปิดตลาด ทำให้ดัชนีปิดการซื้อขายที่ 24,345.75 จุด ร่วงลงมามากถึง 1,175 จุด หรือ 4.6% ซึ่งนับว่าเป็นการตกที่รุนแรงที่สุดภายในเวลา 1 วันของประวัติศาสตร์การเงินสหรัฐฯ และเป็นวันที่ตลาดผันผวนหนักที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินเมื่อปี 2008 ซึ่งหุ้นทำสถิติร่วงวันเดียว 777 จุด

ภาวะหุ้นตกครั้งนี้เป็นการลดมูลค่าต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ดาวโจนส์ปิดตัวร่วงลงมา 665.75 จุด หรือ 2.54% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยอัตราการจ้างงานที่เพิ่มสูงขึ้นและการขึ้นค่าแรง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ในปีนี้

หากค่าแรงเพิ่มขึ้นในอเมริกา ก็มีแนวโน้มว่าประชาชนจะออกมาใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เฟดต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยหมายถึง ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการและนักลงทุนก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังแหล่งอื่น ๆ ที่น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยในปีนี้ นักลงทุนได้คาดการณ์ไว้ว่าเฟดอาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 – 3 ครั้ง

การที่ดาวโจนส์ร่วงลงมาถึง 1,175 จุดในเวลาแค่วันเดียว ก็ทำให้ ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี500 ร่วงลงมา 3.8% และ แนสแดคก็ร่วงลงมา 3.7% เช่นเดียวกัน ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นร่วงลงไปทันที 4.7% เมื่อเปิดตลาด และตลาดหุ้นออสเตรเลีย S&P/ASX200 ก็ร่วงลงไป 3% ส่วนดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้ร่วงไป 2.28%

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงราว 2% ล่าสุดดัชนีอยู่ที่ 1,771 จุด