สาวพาเด็กเล็กแก้ผ้าซ้อนท้าย สุดอันตราย! จยย.จิ๋ว

อึ้ง ! หญิงสาวขี่รถ จยย.ขนาดเล็กมาก เหมือนของเล่น ขี่บนถนนกลางเมืองหาดใหญ่ พ่วงท้ายเด็กผู้ชายอายุประมาณ 3-4 ขวบ แก้ผ้าเปลือยเปล่าซ้อนท้ายมาด้วย โซเชียลวิจารณ์ยับห่วงเรื่องความปลอดภัยของเด็ก ตำรวจฟันธงผิดเต็มๆ หลายข้อหา

วันนี้ (19 พ.ค. 61) ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพหญิงสาวขี่รถจยย.ขนาดเล็กมาก คล้ายกับรถเด็กเล่นขับขี่มาบนถนนกลางเมืองหาดใหญ่ โดยมีเด็กผู้ชายอายุประมาณ 3-4 ขวบ ไม่สวมใส่เสื้อผ้า นั่งซ้อนท้ายมาด้วย กลายเป็นที่วิจารณ์ในสังคมออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย

โดยเหตุการณ์นี้มีผู้ถ่ายภาพเอาไว้ได้ ขณะที่รถจยย.คันนี้ขี่มาจอดที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ ถ.ราษฎร์อุทิศ ตัด ถ.เพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนใจกลางเมืองหาดใหญ่และมีการจราจรหนาแน่นมาก โดยขี่มาทาง ถ.ราษฎร์อุทิศ และเลี้ยวขวาขึ้นไปยัง ถ.เพชรเกษม ท่ามกลางรถยนต์จำนวนมาก ก่อนที่รถคันนี้จะเลี้ยวซ้ายเข้าปั๊ม

ทั้งนี้ หลายคนตั้งคำถามว่า รถคันนี้ผิดหรือไม่ สามารถขี่บนถนนได้หรือเปล่า และบางคนห่วงถึงความปลอดภัยของเด็ก เนื่องจากรถมีขนาดเล็กมาก รถใหญ่อาจมองไม่เห็น เฉี่ยวชนได้

จากการสอบถามข้อมูลไปยังตำรวจจราจรได้รับการเปิดเผยว่า รถคันนี้รวมทั้งผู้ขับขี่เข้าข่ายหลายความผิด เช่น ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อก ขี่รถในทางโดยประมาทหวาดเสียว ไม่คำนึงความปลอดภัย ดัดแปลงสภาพรถ นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทางสาธารณะ ไม่สวมหมวกกันน็อก และอาจจะไม่มีใบขับขี่ และเข้าข่ายอนาจารเด็กด้วย

ซึ่งหากดูตามภาพ รถคันนี้ไม่สามารถนำมาขับขี่บนท้องถนนได้ ยิ่งนำเด็กมาซ้อนท้ายก็ยิ่งเป็นอันตรายมาก พฤติกรรมนี้ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด

หนุ่มบราซิลปล้นหน้าโรงเรียน ผู้ปกครองหญิงควักปืนยิงสวน 3 นัด ดับ

หนุ่มถือปืนปล้นหน้าโรงเรียนในบราซิล

eazyportal.com ผู้ปกครองหญิงทราบภายหลังเป็นตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ ควักปืนยิงสวน 3 นัด ดับ

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เว็บไซต์ Daily Mail รายงานว่า เกิดเหตุสุดระทึก ชายหนุ่มชาวบราซิลคนหนึ่งถืออาวุธปืนเล็งใส่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนบริเวณหน้าประตูโรงเรียนแห่งหนึ่งเพื่อปล้นทรัพย์ ก่อนชั่วพริบตาต่อมาจะถูกผู้ปกครองหญิงคนหนึ่งควักปืนยิงสวนไป 3 นัด เสียชีวิต โดยทราบภายหลังว่าผู้ปกครองหญิงคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้นสวมชุดลำลองเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมวันแม่

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08:00 น. วันที่ 12 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หน้าโรงเรียนเอกชนแฟร์ไรรา มาสเตอร์ ในนครเซาเปาโล ชายผู้ก่อเหตุชื่อ เอลิเวลตัน เนเวส โมไรรา อายุ 21 ปี พุ่งเข้าไปใช้อาวุธปืนเล็งใส่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียน พร้อมประกาศว่าเขาจะปล้นทรัพย์

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือหนึ่งในผู้ปกครองที่ยืนอยู่นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ ซึ่งทราบภายหลังว่าเธอชื่อ คาเทีย ดา ซิลวา ซาสเตร อายุ 42 ปี เดินทางไปโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมวันแม่ของลูกสาววัย 7 ขวบ โดยเธอได้ควักปืนยิงสวนไปที่บริเวณหน้าอกและขาของเขา 3 นัด

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นคุณแม่ตำรวจคนดังกล่าวควักปืนยิงสวนชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว จนเขาล้มฟุบนอนร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมยกมือยอมจำนน ก่อนต่อมาเธอจะเข้าไปเก็บอาวุธและสั่งให้เขาอยู่ในท่ายอมจำนน จากนั้นติดต่อเรียกหน่วยแพทย์ ขณะที่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนคนอื่นๆ วิ่งหนีด้วยความตื่นตกใจ

โดยชายหนุ่มผู้ก่อเหตุไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้านคุณแม่ตำรวจเผยว่า “ฉันไม่รู้ว่าเขาจะยิงเด็ก แม่เด็ก หรือรปภ. ฉันคิดแค่ว่าต้องปกป้องบรรดาคุณแม่ เด็กๆ ชีวิตตัวเองและลูกสาว ฉันต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดการกระทำเขา ป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายใคร”

ทั้งนี้ การกระทำของคุณแม่ตำรวจคนดังกล่าวได้รับคำชื่นชมจากชาวเน็ตจำนวนมาก รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความปลอดภัย และผู้ว่าราชการนครเซาเปาโลด้วย

ไหนว่ารักกัน? เอเย่นต์ค้ายาทิ้งแฟนให้รับโทษแทน หนีเอาตัวรอดคนเดียว

แม้จะโทรศัพท์ไปอ้อนวอนให้เข้ามอบตัวแต่ก็ไม่เป็นผล “ชาย วัดเกาะ” เอเย่นต์ค้ายา สงขลา ทิ้งแฟนไว้กับปืน และยาเสพติดจำนวนมาก ฝ่ายหญิงสุดช้ำถูกผู้ชายหลอกให้รับโทษแทนเป็นครั้งที่ 2

เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 9 บุกเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ถนนศรีรัตนะ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังขยายผลกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดให้การซัดทอดว่า นายอัครปกรณ์ หรือ ชาย งามบุญริด อายุ 32 ปี ฉายา “ชาย วัดเกาะ” ใช้บ้านหลังดังกล่าว เป็นที่จำหน่ายยาเสพติด

แต่ปรากฏว่า ขณะเข้าตรวจค้น “ชาย วัดเกาะ” ไหวตัวทัน กระโดดออกจากบ้านหลบหนีไปก่อน เพราะเห็นเจ้าหน้าที่จากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณหน้าประตูบ้าน ปล่อยทิ้งให้ น.ส.สุชาดา อายุ 30 ปี แฟนสาวอยู่ในบ้านลำพัง

เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว น.ส.สุชาดา พร้อมตรวจค้นบ้าน พบยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนัก 6 กรัม ยาบ้า 3 เม็ด อุปกรณ์การเสพและถุงบรรจุซุกซ่อนอยู่ในห้องนอน อาวุธปืน 4 กระบอก โดยปืนลูกซองสั้น ถูกซุกซ่อนในห้องครัว ปืนลูกโม่ขนาด .22 ใส่ไว้ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ปืนยาวขนาด .22 อยู่ข้างซอกซ่อนอยู่หลังทีวี พร้อมกระสุนขนาดต่างๆ 24 นัด

จากการสอบสวน น.ส.สุชาดา ระบุว่า ของกลางเป็นของแฟนหนุ่ม ทางตำรวจจึงให้ น.ส.สุชาดา โทรไปหา นายอัครปกรณ์ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ให้ยอมรับผิดแทน และจะพยายามหาเงินมาช่วยเคลียร์คดีภายหลัง แต่ยังย้ำว่า รักและเป็นห่วงมาก”

แม้ว่าระหว่างที่พูดคุยโทรศัพท์นั้น น.ส.สุชาดา จะพยายามอ้อนวอนให้ นายอัครปกรณ์กลับมารับผิดมอบตัวกับตำรวจก็ตาม เพราะตนก็ไม่อยากติดคุก แต่ นายอัครปกรณ์ปฏิเสธ เอาตัวรอดเพียงคนเดียว

น.ส.สุชาดา เล่าว่า ตนถูกผู้ชายหลอกให้ต้องรับผิดชอบเรื่องค้ายาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยแฟนคนก่อนหน้านี้ ปล่อยให้ตนถูกตำรวจจับกุมจนต้องติดคุก เพิ่งพ้นโทษมาประมาณปีเศษ ก่อนมาคบหากับ นายอัครปกรณ์ ก็เจอกับเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก

อย่างไรก็ตาม แม้ น.ส.สุชาดา จะปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของยาเสพติดตัวจริง แต่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ น.ส.สุชาดา ยังรับสารภาพว่า เสพยาด้วย

น่าเศร้า “บัณฑิตสาว” ซิ่งเก๋งชนเสาไฟฟ้าดับ โพสต์สุดท้ายคล้ายเป็นลาง

สาวซิ่งเก๋งชนเสาไฟฟ้าดับ โพสต์สุดท้ายคล้ายเป็นลาง

suttleshift.com สลดใจเพิ่งรับปริญญาไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

เวลา 06.00 น.(8 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพองได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักลงข้างทางชนเสาไฟฟ้ามีผู้เสียชีวิต บริเวณทุ่งนาข้างทาง ริมถนนสายน้ำพอง-อุบลรัตน์ ก่อนถึงโรงไฟฟ้าน้ำพอง ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฟอร์ด เฟียสต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ขค 9726 ขอนแก่น ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าจนหัก สภาพรถพังยับเยิน

ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สภาพศพถูกซากรถอัดเข้ากับพวงมาลัย ทราบชื่อ น.ส.ธนัชชา อายุประมาณ 25 ปี ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งต่อไปที่ รพ.น้ำพอง เพื่อชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน และรอให้ญาติมาติดต่อรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งสาเหตุคาดว่าอาจจะเกิดจากการหลับใน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นทางตรงยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า เฟซบุ๊กของผู้ตายได้โพสต์ข้อความสุดท้ายก่อนประสบอุบัติเหตุว่า “ตายไปพ่อแม่ก็รวย” โดยโพสต์ข้อความดังกล่าวเมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว หรือเวลาประมาณ 03.00 น. ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาประมาณ 06.00 น. ซึ่งการจากไปอย่างกะทันหันของ น.ส.ธนัชชา ทำให้ผู้ที่ทราบข่าวต่างช็อกและเสียใจ เนื่องจากผู้ตายเพิ่งเรียนจบและเข้ารับปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัยชื่อดังมาเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง

สาวสวยเจ้าของร้านกาแฟสดชื่อดังผูกคอตาย สามีเจอศพใต้ต้นลำไย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 พ.ค.) เมื่อเวลา 20.00 น. ร้อยตำรวจเอก ทรงวุฒิ เกตุวงศ์ พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.ลำปาง พร้อม นายแพทย์กำพล เครือคำขาว แพทย์นิติเวช รพ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง เดินทางไปตรวจสอบบริเวณร้านกาแฟสดชื่อดัง ตั้งอยู่บริเวณริมถนนวชิราวุธดำเนิน ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

ที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณด้านหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณหลังบ้าน โดยที่บริเวณสวนลำไย ที่ต้นลำไยพบศพ นางสาวศรัญญา หรือ น้องออย อายุ 33 ปี สภาพศพ ผู้ตายได้ผูกคอตายด้วยเชือกไนลอน มัดกับกิ่งลำไย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

จากการสอบสวน นายวีระเชษฐ์ ซึ่งเป็นพ่อสามี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางสาวธัญญา หรือ น้องออย ได้เดินออกจากบ้านมาตั้งแต่ประมาณช่วงบ่าย 4 โมงเย็น แล้วก็หายไป จนสามีกลับมาที่บ้านแต่ไม่เจอ จึงออกตามหานานกว่าครึ่งชั่วโมง จนไปพบว่าภรรยาได้ผูกคอตายอยู่บริเวณหลังสวนลำไย ใกล้กับริมคันคลองชลประทานพระบาท

นายวีระเชษฐ์ พ่อสามี ให้การกับตำรวจว่า ผู้ตายเก็บตัวเงียบคนเดียวมาได้ 2-3 วันแล้ว อาจจะเครียดเรื่องส่วนตัว หรือไม่ก็อาจจะประสบปัญหาทางด้านการเงิน โดยทราบว่า ผู้ตายนั้นนอกจากขายกาแฟสดแล้ว ยังเปิดขายของทาง Facebook และขายของทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำญาติพี่น้อง และสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป โดยศพผู้เสียชีวิตจะถูกนำไปเก็บไว้ที่ รพ.ลำปาง เพื่อให้แพทย์นิติเวชทำการผ่าศพพิสูจน์และชันสูตรศพอีกครั้ง และจะได้ให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ทั้งนี้ นางสาวศรัญญา หรือ น้องออย เป็นหุ้นส่วนและเป็นเจ้าของร้านขายกาแฟสดชื่อดัง โดยเป็นหญิงสาวหน้าตาดีและเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มลูกค้าร้านกาแฟสดอีกด้วย

ลุงชาร์จมือถือทิ้งไว้ ดึงปลั๊กออก-กดรับสาย เกิดบึ้ม 2 นิ้วขาดกระจุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 พ.ค.) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา นายจันทร์

eazyportal.com อายุ 61 ปี ได้เอาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง ที่ซื้อมาจากพ่อค้าเร่มาขายในหมู่บ้านราคาเครื่องละ 800 บาท แต่ไม่มีสายชาร์จ และได้ไปซื้อสายชาร์จมาจากในตลาดแล้วเอามาชาร์จในบ้าน แล้วเกิดการระเบิดใส่มือจนนิ้วขาดได้รับบาดเจ็บ คาดเพราะสาเหตุอาจจะเกิดจากโทรศัพท์ที่ไม่มีมาตรฐาน

จากการสอบถาม นายจันทร์ กล่าวว่า ตนเองเอาโทรศัพท์มือถือมาชาร์จกับเต้าเสียบผนังฝาภายในบ้าน เมื่อชาร์จได้ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงได้ถอดสายโทรศัพท์อออกจากเต้าเสียบ และดึงสายชาร์จออกจากโทรศัพท์มาถือไว้ในมือข้างซ้าย

เป็นจังหวะเดียวกันที่มีสายโทรเข้ามา ได้กดรับทันใดนั้นโทรศัพท์ เกิดระเบิดเสียงดังจนทำให้มือข้างซ้ายแตก นิ้วนางและนิ้วก้อยขาดหายไปเลือดไหลกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน

หลังจากนั้นก็ได้รีบเดินไปหาญาติที่อยู่ใกล้เคียงให้นำส่งรพ. และนอนพักรักษาตัว 5 คืน หลังตนเองประสบเหตุได้รับบาดเจ็บกับเหตุการณ์ดังกล่าวจึงขอฝากเตือนไปยังผู้ที่ใช้โทรศัพท์ และที่ชาร์จแบตราคาถูกนำมาใช้อาจเกิดอันตรายเหมือนกับตนเองในครั้งนี้

ด้าน นายธนกฤต ยาระนะ ผอ.รพ.สต.ป่าแฝก กล่าวว่า กรณีที่นายจันทร์ ได้รับบาดเจ็บจากโทรศัพท์ระเบิดใส่มือนั้น อยากฝากเป็นอุทาหรณ์กับทางผู้ที่ใช้โทรศัพท์หรือที่ชาร์จไม่ได้มาตรฐาน และโทรศัพท์ที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งอาจเกิดอันตรายถึงกับชีวิตได้ จึงขอฝากถึงผู้ที่ชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้นานเกิดอันตรายได้

ทั้งนี้ สำหรับนายจันทร์ ผู้บาดเจ็บ ทาง รพ.สต.ป่าแฝก จะได้ทำแผลให้ทุกวันจนกว่าอาการจะดีขึ้น

วินจยย.หัวใจหล่อ เก็บกระเป๋าได้ มีเงินหมื่นกว่า-แถมหวยถูกเลขท้าย 3 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (2 พ.ค.) เมื่อเวลา 22.30 น. นายพิทักษ์ อยู่สุข 

suttleshift.com กำนันตำบลบางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งจากนายประพล สุทธิลักษมี อายุ 28 ปี มีอาชีพขับรถจยย.รับจ้างวินบ้านบัวทอง เบอร์ 86 ว่าเก็บกระเป๋าเงินได้ ที่หมู่บ้านบัวทอง

ซอย 22 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบสถานที่เก็บกระเป๋าดังกล่าว พร้อมพาผู้พบกระเป๋าเงินเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อติดตามหาเจ้าของกระเป๋าให้มารับคืน

สถานที่พบกระเป๋าเงินเป็นบริเวณท้ายซอย 22 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อกับถนนเลียบคลองบางไผ่ มีแสงสว่างไม่มากนัก จุดพบกระเป๋าเงินเป็นช่วงโค้งพอดี กระเป๋าตกอยู่บริเวณริมถนน จากการตรวจสอบเป็นกระเป๋าแบบสั้น สีน้ำตาล

ภายในมีเงินสดจำนวน 13,879 บาท บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต จำนวน 6 ใบ บัตรบริจาคร่างกาย 1 ใบ ใบขับขี่จำนวน 2 ใบ ระบุชื่อนายปรีดา คำทวี อายุ 46 ปี อยู่หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 3 ใบ ซึ่งมี 2 ใบถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว เป็นเงินรางวัล 8,000 บาท

จากการสอบถามนายพิทักษ์ อยู่สุข (เสื้อแขนยาวสีกากี) กำนันตำบลบางรักพัฒนา ทราบว่าตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านซึ่งขับรถจยย.รับจ้าง ว่าเก็บกระเป๋าเงินได้และไม่กล้าที่จะเปิดดู ตนจึงได้ไปตรวจสอบพบว่ามีเงินสดและเอกสารจำนวนมาก ที่สำคัญในกระเป๋าพบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัวจำนวน 2 ใบ จึงได้พามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

นายประพล สุทธิลักษมี ขับวินจยย.รับจ้าง พลเมืองดีที่เก็บกระเป๋าเงินได้ กล่าวว่าตนขับรถจยย.ไปส่งผู้โดยสาร โดยขับไปตามถนนเลียบคลองบางไผ่เพื่อเข้าท้ายซอย 22 เมื่อถึงช่วงโค้งเห็นสิ่งของตกอยู่ข้างถนนคล้ายกระเป๋าเงิน แต่ไม่แน่ใจจึงได้ขัลรถไปส่งผู้โดยสารก่อน

หลังจากนั้นได้ขับรถกลับมาตรงจุดที่พบกระเป๋าเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด เมื่อพบว่าเป็นกระเป๋าเงินจึงได้โทรแจ้งกำนันให้ออกมาดู และพบว่ามีเงินสดจำนวนมาก กำนันจึงได้พามาแจ้งความ ตนไม่คิดจะเก็บไว้ใช้เอง ในนั้นมีเงินจำนวนมาก และเจ้าของกระเป๋าก็เป็นคนดีมีความตั้งใจจะบริจาคร่างกาย อีกทั้งกระเป๋าดังกล่าวไม่ใช่ของเรา เก็บไว้ก็ไม่สบายใจ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภายในกระเป๋าทั้งหมด คาดว่าน่าจะเป็นของเจ้าของใบขับขี่ทำตกไว้ จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะประสานเจ้าของกระเป๋าให้เข้ารับคืนต่อไป

งานศพดั่งงานวิวาห์ ฝรั่งหนุ่มรดน้ำ “น้องน้ำหวาน” แฟนสาวเสียชีวิตก่อนแต่งงาน

(3 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจเรื่องราวเศร้าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นจากกรณีเมาแล้วขับ รถยนต์ขับรถเฉี่ยวชนหญิงสาวคนหนึ่งเสียชีวิต ทั้งนี้กำลังจะมีอนาคตที่ดีกับแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ วางแผนจะเข้าพิธีวิาห์ด้วยกัน แต่มาประสบเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

เพจเฟซบุ๊กได้แชร์เรื่องราวของ นางสาวอทิตา หรือ “น้องน้ำหวาน” อายุ 24 ปี เหยื่อผู้เสียชีวิตจากคนเมาแล้วขับรถ น้องน้ำหวาน เสียชีวิตเพราะถูกรถชนอย่างกะทันหัน เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ล่าสุดพิธีงานศพจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยเน้นแต่งกายด้วยชุดสีขาวเหมือนกับร่วมงานวิวาห์ ประดับด้วยซุ้มดอกไม้และภาพถ่ายสวยงาม แม้จะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของญาติๆ และบุคคลอันเป็นที่รัก

โดยหนึ่งในนั้นก็คือ “เดอร์ริค” แฟนหนุ่มชาวอเมริกัน ที่เดินทางมาร่วมรดน้ำศพแฟนสาวทั้งน้ำตา โดยญาติๆ ตั้งใจจัดพิธีครั้งนี้ให้คล้ายกับพิธีรดน้ำสังข์ในงานแต่งงาน เนื่องจากทั้งคู่วางแผนจะเข้าพิธีวิวาห์ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา แฟนหนุ่มชาวต่างชาติเพิ่งทำเซอร์ไพรส์ขอฝ่ายหญิงแต่งงานที่ริมน้ำ พร้อมกับมีการโพสต์ภาพและข้อความน่ายินดีผ่านทางเฟซบุ๊ก มีผู้เข้ามาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก แต่เพียงไม่กี่วันต่อมา น้องน้ำหวานก็เสียชีวิตเพราะความประมาทของคน

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา น้องน้ำหวาน ถูกรถยนต์พุ่งชนท้ายอย่างแรง ขณะที่กำลังขับขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน ทำให้ร่างถูกชนกระเด็น กะโหลกศีรษะเปิด แขนขาหักผิดรูป เสียชีวิตบนถนนหน้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนคู่กรณีครั้งนี้คือ นายภูเบศ อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายได้ 87 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเกินกว่าระดับที่กฎหมายกำหนด

 

ตำรวจเอาผิดยกแก๊ง “เพื่อนเจ้าบ่าว” รัวกระสุนฉลองงานแต่ง

ตำรวจเอาผิดยกแก๊ง “เพื่อนเจ้าบ่าว” รัวกระสุนฉลองงานแต่ง ตรวจพบปลอกกระสุนกว่า 40 นัด

(29 เม.ย.) พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เปิดเผยสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ถึงเหตุการณ์ ที่มีกลุ่มวัยรุ่น กว่า 10 คน แต่งกายชุดไทย และยิงปืนในที่สาธารณะ พื้นที่ ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในงานแต่งงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561 ในพื้นที่ หมู่ 9 ต.หารโพธิ์ อ เขาชัยสน จ พัทลุง โดยกลุ่มวัยรุ่นชุดไทย ดังกล่าวอยู่ในขบวนขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เขาชัยสน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด .45 , ขนาดลูกซอง , ขนาด 9 มม. ประมาณ 40 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวชายวัยรุ่นที่ใช้อาวุธปืนยิงในที่สาธารณะทุกคนแล้ว และ ทำการนัดหมายให้บุคคลที่ปรากฎในคลิป มามอบตัว พร้อมนำเอกสารหลักฐานการครอบครองอาวุธปืน มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สภ.เขาชัยสน ในช่วงเที่ยงวันพรุ่งนี้ โดยตนเอง ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ลงไปควบคุมกำกับดูแล คดีดังกล่าว

พร้อมกันนี้ จะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำหนังสือถึงนายทะเบียน คือ นายอำเภอของพื้นที่ต่างๆ หากพบว่า ปืนที่กลุ่มวัยรุ่นนำเอกสารการครอบครอง มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ขอให้นายทะเบียนเพิกถอนการครอบครอง เพราะนำไปใช้โดยไม่มีเหตุอันควร

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ไม่ได้มีการเพิกเฉยเรื่องของการป้องปรามอาชญากรรม มีการดำเนินการตามแผนพิทักษ์เมือง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนการป้องปรามอาชญากรรม ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย

 

เกินลิมิต! 6 ล้อ บรรทุกอ้อยล้น เจอทางลาดหงายหลังล้อชี้ฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบรถ 6ล้อ ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน 81-0916 สุรินทร์ บรรทุกอ้อยมาเต็มคัน หงายหลังยกล้อชี้ฟ้า อยู่กลางถนนสาย 214 เส้นทางท่าตูม-สุรินทร์

บริเวณรอยต่อระหว่างบ้านหนองยาง-บ้านท่าศิลา ทราบชื่อคนขับคือนายพิเชษฐ์ สอนสุข ชาว ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ต้องประสานหารถไถ่คีบอ้อย มาช่วยถ่ายอ้อยจำนวนมากออกจากกระบะ ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงทำรถติดยาวหลายกิโลเมตร

จากการสอบถาม นายพิเชษฐ์ คนขับรถ 6 ล้อ เล่าว่า ตนนำรถ 6 ล้อ มารับจ้างขนอ้อยเพื่อนำไปขายให้โรงงานน้ำตาลสุรินทร์ แต่ปรากฏว่า รถไถคีบอ้อยใส่รถให้จนล้นกระบะ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุขณะกำลังขับขึ้นไปบนเส้นทางถนนลาดยาง ซึ่งเป็นทางลาดชันประกอบกับอ้อยที่บรรทุกอยู่บนรถยังไม่ได้ทำการผูกมัดเชือก พอเคลื่อนรถอ้อยทั้งหมดก็ไหลเทกระจาดร่วงลงพื้น ทำให้ส่วนล้อหน้าของรถบรรทุกยกลอยขึ้นตามน้ำหนัก