ร่วมแต่งดำ ไว้อาลัยกระทรวงการคลัง ไม่เห็นด้วยออกระเบียบห้ามขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง

รพ.ชุมชนใน จ.สตูล ร่วมไว้อาลัย กระทรวงการคลังหลัง

eazyportal.com ออกระเบียบห้าม รพ.จ้าง ลูกจ้างห้ามขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง โดย นพ.ปวิตร วนิชชานนท์ ผอ.รพ.ละงู พร้อมเจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้างใน รพ.ละงู กว่า 200 คนร่วมไว้อาลัยกระทรวงการคลัง

ด้วยการพร้อมใจกันแต่งชุดดำมาทำงานในวันนี้ พร้อมยืนยันไม่เห็นด้วยกับระเบียบดังกล่าว อยากให้ยึดระเบียบเดิมที่แต่ละ รพ. ใช้งบของ รพ.เอง ในการจ้างลูกจ้าง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใน รพ. ถือเป็นผู้ที่ทำงานกับผู้ป่วยเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว ระเบียบที่ออกมาถือเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่

โดย ผอ.รพ.ละงู กล่าวว่า รพ.ละงู มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกจ้างอยู่ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ระเบียบของกระทรวงการคลังดังกล่าว ออกมาทำให้ขวัญเสียกันทั่วประเทศ เราในฐานะ รพ.ชุมชน แห่งหนึ่ง ขอเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับระเบียบดังกล่าว

ซึ่งระเบียบดังกล่าวกระทบหมดทั้งจังหวัด รพ.ศูนย์ รพ.จังหวัด รพ.อำเภอ และ รพ.ชุมชน ต่างๆ ซึ่งในแต่ละปีลูกจ้างเมื่อสอบได้ที่อื่นก็จะมาลาออก หากใช้งบบัญชีกลางจะเกิดความล่าช้า รพ.กว่า 900 แห่ง รวมทั้ง รพ.สต. ทั่วประเทศ หากมีการขอไปมันก็จะเป็นลักษณะเหมือนคอขวดกระจุกแน่นอยู่ เกิดความล่าช้า จึงอยากเรียกร้องให้ใช้ระบบเดิมที่เราดูแลตามสถานะของเรา

 

พลังงานยอมถอย ให้ผู้ค้าประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าได้ พยุงดีเซลไม่เกิน 30 บาท

กระทรวงพลังงาน เตรียมดึงเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามารักษาระดับราคาขายปลีกดีเซลในประเทศไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร พร้อมผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการสามารถประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าได้

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือผลกระทบจากวิกฤติราคาน้ำมันว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอมาตรการดูแลราคาน้ำมันดีเซลเข้าที่ประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาสัปดาห์นี้ โดยระหว่างรอน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษออกมา กระทรวงพลังงานจะใช้กลไกของกองทุนน้ำมันที่มีอยู่เงินอยู่ประมาณ 30,505 ล้านบาท เป็นเครื่องมือในการรักษาระดับราคาน้ำมันดีเซลให้ไม่เกินกว่า 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะสั้น

และเบื้องต้นจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถแจ้งราคาขายปลีกล่วงหน้าให้กับประชาชนได้รับทราบก่อน 1 วันตามเดิม จนกว่าจะผลิตน้ำมันไอโอดีเซลเกรดพิเศษ หรือ B20 ออกจำหน่าย ใช้สำหรับรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกขนาดใหญ่จำหน่ายถูกกว่า ราคาน้ำมันดีเซลเกรดธรรมดา 3 บาท หรือจำหน่ายในราคาลิตรละ 27 บาท ที่คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน-ต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกปรับขึ้นค่าบริการ

โดยขอให้ผู้ประกอบการคลายความกังวลไม่กล้าเปลี่ยนเชื้อเพลิง โดยยืนยันว่า ไม่เกินความสามารถของช่าง ขณะเดียวกันยืนยันว่าจะไม่มีการนำเงินในกองทุนฯเข้าไปอุดหนุนค่าขนส่งเฉพาะส่วนเพราะจะไม่เป็นธรรมกับทุกคนที่มีภาระต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนฯทั้งหมด

 

ไปต่อไม่ได้ “ม็อบคนอยากเลือกตั้ง” เจรจาขอเปิดทางเคลื่อนขบวนต่อ

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เริ่มเคลื่อนขบวนออกจาก ม.ธรรมศาสตร์ บริเวณประตู 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยเจ้าหน้าที่ปิดถนน 6 ช่องทางจราจร ทำให้ผู้ชุมนุมไม่สามารถเคลื่อนขบวนได้

suttleshift.com ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจาขอเปิดทาง

(22 พ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มอยากเลือกตั้ง นำโดย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และ นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำมวลชนเคลื่อนขบวนออกจาก บริเวณประตู 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล ยืนยันจัดกิจกรรมต่อไป ไม่กลับแน่นอน

นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ประชาชนไม่ใช่ลูกหลานตาดำๆ จะมาเชื่อฟังอะไร กรุณาเคารพวุฒิภาวะของประชาชนด้วย หน้าที่คือดูแลความเรียบร้อยทั่วไป ไม่ใช่ขัดขวาง เมื่อบอกว่าเป็นพี่น้อง ก็ควรช่วยกันอย่างพี่น้อง

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม เข้าเจรจากับแกนนำขอให้ยุติการชุมนุม และเจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้มวลชนยุติการทำกิจกรรม ตลอดจนการเคลื่อนขบวน เนื่องจากเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เป็นการชุมนุมกันมากกว่า 5 คน และผิดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 โดยขอให้ยุติกิจกรรมทั้งหมดลงและเดินทางกลับบ้าน

เหนียวแน่นหนึบ พ่วงบรรทุกกากน้ำตาลพลิกคว่ำ เหนอะหนะทั่วถนน

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 21 พ.ค. 2561 ร.ต.ต.จักรกฤษณ์ โพทอง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งอุบัติเหตุรถพ่วงบรรทุกกากน้ำตาลพลิกคว่ำที่บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 ถนนสายสุพรรณ-ชัยนาท ก่อนถึง 4 แยกไฟแดงแขวงทางหลวงชัยนาท อ.เมืองชัยนาท รุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุสีขาว เลขทะเบียน 70-9038 นครปฐม ตัวพ่วงหมายเลข 70-9039 นครปฐมบรรทุกกากน้ำตาลมาเต็มคัน รถพลิกคว่ำจนกากน้ำตาลไหลนองเต็มถนน เหนอะหนะ เหนียวหนึบ ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จึงต้องปัดให้รถไปใช้ยังช่องทางคู่ขนานแทน และมี นายมาโนช อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมาเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่อยู่

นายมาโนช คนขับรถบรรทุกกากน้ำตาล เปิดเผยว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกพ่วงที่บรรจุกากน้ำตาลมาจากจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อที่จะนำไปส่งยังจังหวัดกาญจนบุรี โดยช่วงขณะเกิดเหตุบริเวณดังกล่าวเป็น 4 แยกไฟแดง ตนก็ชะลอขับมาอย่างช้าๆ แต่จู่ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์ขับมาตัดหน้าอย่ากระชั้นชิด ทำให้ตนหักพวงมาลัยเพื่อหลบแต่ลูกพ่วงบรรทุกได้กระแทกทำให้รถเสียการควบคุมจนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

สาวพาเด็กเล็กแก้ผ้าซ้อนท้าย สุดอันตราย! จยย.จิ๋ว

อึ้ง ! หญิงสาวขี่รถ จยย.ขนาดเล็กมาก เหมือนของเล่น ขี่บนถนนกลางเมืองหาดใหญ่ พ่วงท้ายเด็กผู้ชายอายุประมาณ 3-4 ขวบ แก้ผ้าเปลือยเปล่าซ้อนท้ายมาด้วย โซเชียลวิจารณ์ยับห่วงเรื่องความปลอดภัยของเด็ก ตำรวจฟันธงผิดเต็มๆ หลายข้อหา

วันนี้ (19 พ.ค. 61) ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพหญิงสาวขี่รถจยย.ขนาดเล็กมาก คล้ายกับรถเด็กเล่นขับขี่มาบนถนนกลางเมืองหาดใหญ่ โดยมีเด็กผู้ชายอายุประมาณ 3-4 ขวบ ไม่สวมใส่เสื้อผ้า นั่งซ้อนท้ายมาด้วย กลายเป็นที่วิจารณ์ในสังคมออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย

โดยเหตุการณ์นี้มีผู้ถ่ายภาพเอาไว้ได้ ขณะที่รถจยย.คันนี้ขี่มาจอดที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ ถ.ราษฎร์อุทิศ ตัด ถ.เพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนใจกลางเมืองหาดใหญ่และมีการจราจรหนาแน่นมาก โดยขี่มาทาง ถ.ราษฎร์อุทิศ และเลี้ยวขวาขึ้นไปยัง ถ.เพชรเกษม ท่ามกลางรถยนต์จำนวนมาก ก่อนที่รถคันนี้จะเลี้ยวซ้ายเข้าปั๊ม

ทั้งนี้ หลายคนตั้งคำถามว่า รถคันนี้ผิดหรือไม่ สามารถขี่บนถนนได้หรือเปล่า และบางคนห่วงถึงความปลอดภัยของเด็ก เนื่องจากรถมีขนาดเล็กมาก รถใหญ่อาจมองไม่เห็น เฉี่ยวชนได้

จากการสอบถามข้อมูลไปยังตำรวจจราจรได้รับการเปิดเผยว่า รถคันนี้รวมทั้งผู้ขับขี่เข้าข่ายหลายความผิด เช่น ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อก ขี่รถในทางโดยประมาทหวาดเสียว ไม่คำนึงความปลอดภัย ดัดแปลงสภาพรถ นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทางสาธารณะ ไม่สวมหมวกกันน็อก และอาจจะไม่มีใบขับขี่ และเข้าข่ายอนาจารเด็กด้วย

ซึ่งหากดูตามภาพ รถคันนี้ไม่สามารถนำมาขับขี่บนท้องถนนได้ ยิ่งนำเด็กมาซ้อนท้ายก็ยิ่งเป็นอันตรายมาก พฤติกรรมนี้ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด

หนุ่มบราซิลปล้นหน้าโรงเรียน ผู้ปกครองหญิงควักปืนยิงสวน 3 นัด ดับ

หนุ่มถือปืนปล้นหน้าโรงเรียนในบราซิล

eazyportal.com ผู้ปกครองหญิงทราบภายหลังเป็นตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ ควักปืนยิงสวน 3 นัด ดับ

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เว็บไซต์ Daily Mail รายงานว่า เกิดเหตุสุดระทึก ชายหนุ่มชาวบราซิลคนหนึ่งถืออาวุธปืนเล็งใส่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนบริเวณหน้าประตูโรงเรียนแห่งหนึ่งเพื่อปล้นทรัพย์ ก่อนชั่วพริบตาต่อมาจะถูกผู้ปกครองหญิงคนหนึ่งควักปืนยิงสวนไป 3 นัด เสียชีวิต โดยทราบภายหลังว่าผู้ปกครองหญิงคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้นสวมชุดลำลองเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมวันแม่

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08:00 น. วันที่ 12 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หน้าโรงเรียนเอกชนแฟร์ไรรา มาสเตอร์ ในนครเซาเปาโล ชายผู้ก่อเหตุชื่อ เอลิเวลตัน เนเวส โมไรรา อายุ 21 ปี พุ่งเข้าไปใช้อาวุธปืนเล็งใส่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียน พร้อมประกาศว่าเขาจะปล้นทรัพย์

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือหนึ่งในผู้ปกครองที่ยืนอยู่นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ ซึ่งทราบภายหลังว่าเธอชื่อ คาเทีย ดา ซิลวา ซาสเตร อายุ 42 ปี เดินทางไปโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมวันแม่ของลูกสาววัย 7 ขวบ โดยเธอได้ควักปืนยิงสวนไปที่บริเวณหน้าอกและขาของเขา 3 นัด

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นคุณแม่ตำรวจคนดังกล่าวควักปืนยิงสวนชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว จนเขาล้มฟุบนอนร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมยกมือยอมจำนน ก่อนต่อมาเธอจะเข้าไปเก็บอาวุธและสั่งให้เขาอยู่ในท่ายอมจำนน จากนั้นติดต่อเรียกหน่วยแพทย์ ขณะที่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนคนอื่นๆ วิ่งหนีด้วยความตื่นตกใจ

โดยชายหนุ่มผู้ก่อเหตุไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้านคุณแม่ตำรวจเผยว่า “ฉันไม่รู้ว่าเขาจะยิงเด็ก แม่เด็ก หรือรปภ. ฉันคิดแค่ว่าต้องปกป้องบรรดาคุณแม่ เด็กๆ ชีวิตตัวเองและลูกสาว ฉันต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดการกระทำเขา ป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายใคร”

ทั้งนี้ การกระทำของคุณแม่ตำรวจคนดังกล่าวได้รับคำชื่นชมจากชาวเน็ตจำนวนมาก รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความปลอดภัย และผู้ว่าราชการนครเซาเปาโลด้วย

ไหนว่ารักกัน? เอเย่นต์ค้ายาทิ้งแฟนให้รับโทษแทน หนีเอาตัวรอดคนเดียว

แม้จะโทรศัพท์ไปอ้อนวอนให้เข้ามอบตัวแต่ก็ไม่เป็นผล “ชาย วัดเกาะ” เอเย่นต์ค้ายา สงขลา ทิ้งแฟนไว้กับปืน และยาเสพติดจำนวนมาก ฝ่ายหญิงสุดช้ำถูกผู้ชายหลอกให้รับโทษแทนเป็นครั้งที่ 2

เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 9 บุกเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ถนนศรีรัตนะ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังขยายผลกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดให้การซัดทอดว่า นายอัครปกรณ์ หรือ ชาย งามบุญริด อายุ 32 ปี ฉายา “ชาย วัดเกาะ” ใช้บ้านหลังดังกล่าว เป็นที่จำหน่ายยาเสพติด

แต่ปรากฏว่า ขณะเข้าตรวจค้น “ชาย วัดเกาะ” ไหวตัวทัน กระโดดออกจากบ้านหลบหนีไปก่อน เพราะเห็นเจ้าหน้าที่จากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณหน้าประตูบ้าน ปล่อยทิ้งให้ น.ส.สุชาดา อายุ 30 ปี แฟนสาวอยู่ในบ้านลำพัง

เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว น.ส.สุชาดา พร้อมตรวจค้นบ้าน พบยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนัก 6 กรัม ยาบ้า 3 เม็ด อุปกรณ์การเสพและถุงบรรจุซุกซ่อนอยู่ในห้องนอน อาวุธปืน 4 กระบอก โดยปืนลูกซองสั้น ถูกซุกซ่อนในห้องครัว ปืนลูกโม่ขนาด .22 ใส่ไว้ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ปืนยาวขนาด .22 อยู่ข้างซอกซ่อนอยู่หลังทีวี พร้อมกระสุนขนาดต่างๆ 24 นัด

จากการสอบสวน น.ส.สุชาดา ระบุว่า ของกลางเป็นของแฟนหนุ่ม ทางตำรวจจึงให้ น.ส.สุชาดา โทรไปหา นายอัครปกรณ์ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ให้ยอมรับผิดแทน และจะพยายามหาเงินมาช่วยเคลียร์คดีภายหลัง แต่ยังย้ำว่า รักและเป็นห่วงมาก”

แม้ว่าระหว่างที่พูดคุยโทรศัพท์นั้น น.ส.สุชาดา จะพยายามอ้อนวอนให้ นายอัครปกรณ์กลับมารับผิดมอบตัวกับตำรวจก็ตาม เพราะตนก็ไม่อยากติดคุก แต่ นายอัครปกรณ์ปฏิเสธ เอาตัวรอดเพียงคนเดียว

น.ส.สุชาดา เล่าว่า ตนถูกผู้ชายหลอกให้ต้องรับผิดชอบเรื่องค้ายาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยแฟนคนก่อนหน้านี้ ปล่อยให้ตนถูกตำรวจจับกุมจนต้องติดคุก เพิ่งพ้นโทษมาประมาณปีเศษ ก่อนมาคบหากับ นายอัครปกรณ์ ก็เจอกับเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก

อย่างไรก็ตาม แม้ น.ส.สุชาดา จะปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของยาเสพติดตัวจริง แต่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ น.ส.สุชาดา ยังรับสารภาพว่า เสพยาด้วย

น่าเศร้า “บัณฑิตสาว” ซิ่งเก๋งชนเสาไฟฟ้าดับ โพสต์สุดท้ายคล้ายเป็นลาง

สาวซิ่งเก๋งชนเสาไฟฟ้าดับ โพสต์สุดท้ายคล้ายเป็นลาง

suttleshift.com สลดใจเพิ่งรับปริญญาไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

เวลา 06.00 น.(8 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพองได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักลงข้างทางชนเสาไฟฟ้ามีผู้เสียชีวิต บริเวณทุ่งนาข้างทาง ริมถนนสายน้ำพอง-อุบลรัตน์ ก่อนถึงโรงไฟฟ้าน้ำพอง ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฟอร์ด เฟียสต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ขค 9726 ขอนแก่น ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าจนหัก สภาพรถพังยับเยิน

ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สภาพศพถูกซากรถอัดเข้ากับพวงมาลัย ทราบชื่อ น.ส.ธนัชชา อายุประมาณ 25 ปี ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งต่อไปที่ รพ.น้ำพอง เพื่อชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน และรอให้ญาติมาติดต่อรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งสาเหตุคาดว่าอาจจะเกิดจากการหลับใน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นทางตรงยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า เฟซบุ๊กของผู้ตายได้โพสต์ข้อความสุดท้ายก่อนประสบอุบัติเหตุว่า “ตายไปพ่อแม่ก็รวย” โดยโพสต์ข้อความดังกล่าวเมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว หรือเวลาประมาณ 03.00 น. ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาประมาณ 06.00 น. ซึ่งการจากไปอย่างกะทันหันของ น.ส.ธนัชชา ทำให้ผู้ที่ทราบข่าวต่างช็อกและเสียใจ เนื่องจากผู้ตายเพิ่งเรียนจบและเข้ารับปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัยชื่อดังมาเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง

สาวสวยเจ้าของร้านกาแฟสดชื่อดังผูกคอตาย สามีเจอศพใต้ต้นลำไย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 พ.ค.) เมื่อเวลา 20.00 น. ร้อยตำรวจเอก ทรงวุฒิ เกตุวงศ์ พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.ลำปาง พร้อม นายแพทย์กำพล เครือคำขาว แพทย์นิติเวช รพ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง เดินทางไปตรวจสอบบริเวณร้านกาแฟสดชื่อดัง ตั้งอยู่บริเวณริมถนนวชิราวุธดำเนิน ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

ที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณด้านหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณหลังบ้าน โดยที่บริเวณสวนลำไย ที่ต้นลำไยพบศพ นางสาวศรัญญา หรือ น้องออย อายุ 33 ปี สภาพศพ ผู้ตายได้ผูกคอตายด้วยเชือกไนลอน มัดกับกิ่งลำไย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

จากการสอบสวน นายวีระเชษฐ์ ซึ่งเป็นพ่อสามี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางสาวธัญญา หรือ น้องออย ได้เดินออกจากบ้านมาตั้งแต่ประมาณช่วงบ่าย 4 โมงเย็น แล้วก็หายไป จนสามีกลับมาที่บ้านแต่ไม่เจอ จึงออกตามหานานกว่าครึ่งชั่วโมง จนไปพบว่าภรรยาได้ผูกคอตายอยู่บริเวณหลังสวนลำไย ใกล้กับริมคันคลองชลประทานพระบาท

นายวีระเชษฐ์ พ่อสามี ให้การกับตำรวจว่า ผู้ตายเก็บตัวเงียบคนเดียวมาได้ 2-3 วันแล้ว อาจจะเครียดเรื่องส่วนตัว หรือไม่ก็อาจจะประสบปัญหาทางด้านการเงิน โดยทราบว่า ผู้ตายนั้นนอกจากขายกาแฟสดแล้ว ยังเปิดขายของทาง Facebook และขายของทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำญาติพี่น้อง และสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป โดยศพผู้เสียชีวิตจะถูกนำไปเก็บไว้ที่ รพ.ลำปาง เพื่อให้แพทย์นิติเวชทำการผ่าศพพิสูจน์และชันสูตรศพอีกครั้ง และจะได้ให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ทั้งนี้ นางสาวศรัญญา หรือ น้องออย เป็นหุ้นส่วนและเป็นเจ้าของร้านขายกาแฟสดชื่อดัง โดยเป็นหญิงสาวหน้าตาดีและเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มลูกค้าร้านกาแฟสดอีกด้วย

ลุงชาร์จมือถือทิ้งไว้ ดึงปลั๊กออก-กดรับสาย เกิดบึ้ม 2 นิ้วขาดกระจุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 พ.ค.) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา นายจันทร์

eazyportal.com อายุ 61 ปี ได้เอาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง ที่ซื้อมาจากพ่อค้าเร่มาขายในหมู่บ้านราคาเครื่องละ 800 บาท แต่ไม่มีสายชาร์จ และได้ไปซื้อสายชาร์จมาจากในตลาดแล้วเอามาชาร์จในบ้าน แล้วเกิดการระเบิดใส่มือจนนิ้วขาดได้รับบาดเจ็บ คาดเพราะสาเหตุอาจจะเกิดจากโทรศัพท์ที่ไม่มีมาตรฐาน

จากการสอบถาม นายจันทร์ กล่าวว่า ตนเองเอาโทรศัพท์มือถือมาชาร์จกับเต้าเสียบผนังฝาภายในบ้าน เมื่อชาร์จได้ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงได้ถอดสายโทรศัพท์อออกจากเต้าเสียบ และดึงสายชาร์จออกจากโทรศัพท์มาถือไว้ในมือข้างซ้าย

เป็นจังหวะเดียวกันที่มีสายโทรเข้ามา ได้กดรับทันใดนั้นโทรศัพท์ เกิดระเบิดเสียงดังจนทำให้มือข้างซ้ายแตก นิ้วนางและนิ้วก้อยขาดหายไปเลือดไหลกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน

หลังจากนั้นก็ได้รีบเดินไปหาญาติที่อยู่ใกล้เคียงให้นำส่งรพ. และนอนพักรักษาตัว 5 คืน หลังตนเองประสบเหตุได้รับบาดเจ็บกับเหตุการณ์ดังกล่าวจึงขอฝากเตือนไปยังผู้ที่ใช้โทรศัพท์ และที่ชาร์จแบตราคาถูกนำมาใช้อาจเกิดอันตรายเหมือนกับตนเองในครั้งนี้

ด้าน นายธนกฤต ยาระนะ ผอ.รพ.สต.ป่าแฝก กล่าวว่า กรณีที่นายจันทร์ ได้รับบาดเจ็บจากโทรศัพท์ระเบิดใส่มือนั้น อยากฝากเป็นอุทาหรณ์กับทางผู้ที่ใช้โทรศัพท์หรือที่ชาร์จไม่ได้มาตรฐาน และโทรศัพท์ที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งอาจเกิดอันตรายถึงกับชีวิตได้ จึงขอฝากถึงผู้ที่ชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้นานเกิดอันตรายได้

ทั้งนี้ สำหรับนายจันทร์ ผู้บาดเจ็บ ทาง รพ.สต.ป่าแฝก จะได้ทำแผลให้ทุกวันจนกว่าอาการจะดีขึ้น