อัยการฟ้อง ‘สุเทพ’ กับแกนนำกปปส. ข้อหากบฏ 24 ม.ค.นี้

อัยการฟ้อง ‘สุเทพ’ กับแกนนำกปปส. ข้อหากบฏ 24 ม.ค.นี้

24 ม.ค. อัยการฟ้อง สุเทพกับพวกแกนนำส่วนใหญ่ข้อหากบฏ บางคนโดนสนับสนุน ถ้าเลื่อนไม่มีเหตุโดนหมายจับ

อัพเดทข่าวดัง

สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เรียกผู้ต้องหาในสำนวนคดีพิเศษที่ 261/2556 หรือคดีร่วมกันเป็นกบฏในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม 53 คน เป็นผู้ต้องหา มาเพื่อรายงานตัวและฟังคำสั่งคดีในวันที่ 24 มกราคมนี้

โดยการนัดฟังคำสั่งดังกล่าว ทางอัยการมีคำสั่งว่าตัวผู้ต้องหาทุกคนจะต้องเดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตนเอง เนื่องจากวันนั้นทางอัยการจะมีคำสั่งเลยว่าจะฟ้องผู้ต้องหารายใดและข้อหาใดบ้าง ซึ่งตัวผู้ต้องหาจะต้องมีการเตรียมหลักทรัพย์มาให้พร้อม

เพราะหากมีคำสั่งฟ้อง ทางอัยการจะนำตัวผู้ต้องหาที่มีความเห็นสั่งฟ้องไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาตามที่อัยการได้มีคำสั่ง ซึ่งทางอัยการได้แจ้งว่าหากมีการฟ้องคดีผู้ต้องหาต้องใช้หลักทรัพย์หากประสงค์ในการยื่นประกันตัว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 มกราคมนี้ ที่อัยการมีความพร้อมที่จะสั่งคดีเเละไม่มีการเลื่อน ถ้าผู้ต้องหาเดินทางมาตามที่อัยการนัดก็สามารถจะสั่งคดีได้ทุกคน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าในวันดังกล่าวจะสามารถยื่นฟ้องผู้ต้องหาได้เพียง 9 คนนั้น เป็นเพียงทนายความของผู้ต้องหามีการยื่นคำร้องมาว่าจะมารายงานตัว 9 คน

ส่วนผู้ต้องหาคนอื่น ถ้าไม่มารายงานตัวเราก็จะพิจารณาว่าไม่มาเพราะอะไร หรือถ้าขอเลื่อนมีสาเหตุอะไร มีเหตุผลสมควรพอฟังได้ หรือไม่ หากไม่มีเหตุผลสมควรก็จะพิจารณาออกหมายจับ

ส่วนระดับแกนนำเช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายถาวร เสนเนียม จะโดนฟ้องข้อหากบฏในวันนั้นหรือไม่ เชื่อว่า ผู้ต้องหาเเต่ละคนย่อมรู้พฤติการณ์อยู่แล้วว่าโดนข้อหาอะไรบ้าง แต่ทราบว่าแกนนำดังกล่าวได้ยื่นหนังสือแจ้งว่าจะมาในวันรายงานตัว ในวันดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่าในข้อหากบฏนั้นผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะโดนข้อหานี้เกือบทุกคน แต่อาจจะมีบางคนที่ไม่โดนเป็นตัวการแต่เป็นผู้สนับสนุน

รัฐบาลจัด Meet The Press ครั้งแรก รมว.ดิจิทัลกางแผนปีนี้เดินหน้าเข้มข้น

รัฐบาลจัด Meet The Press ครั้งแรก รมว.ดิจิทัลกางแผนปีนี้เดินหน้าเข้มข้น

อัพเดทข่าวดัง

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี พบสื่อมวลชนในโครงการ Meet The Press เพื่อประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

โดยในปี 2561 กระทรวงดีอีจะขับเคลื่อนงานด้านดิจิทัลอย่างเข้มข้นที่สุด ตั้งเป้าขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ 5 ด้าน (SIGMA) ได้แก่

1. S คือ Cyber Security การสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้วยการพัฒนาบุคลากร 1,000 คน ซึ่งไทยถือว่าได้รับการยอมรับจากอาเซียน จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรในไทยแห่งแรก โดยเน้นพัฒนาให้มีความเชี่ยวชาญ ฝึกซ้อมรับมือในสภาพจำลองสงครามไซเบอร์ 1 – 2 ครั้ง และถ้าเป็นไปได้จะจับมือกับประเทศในอาเซียนให้ซ้อมร่วมกัน

พร้อมกับเตรียมจัดงานไซเบอร์โอลิมปิกในประเทศไทย เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามาแข่งขัน เพื่อส่งเสริมความสามารถและอาจมีทุนสนับสนุนผู้ที่ได้รับรางวัล

ทั้งนี้จะเปิดรับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ อัตราเงินเดือนสูงกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้เข้ามาทำงานกับราชการ พร้อมทั้งจะมีการเสนอกฎหมายดิจิทัล เพื่อจัดระบบภัยที่จะเข้ามา ก่อนนำเสนอ ครม. ในเร็ว ๆ นี้

2. I คือ Infrastructure การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล

เน้นขับเคลื่อนเน็ตประชารัฐ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าจะดำเนินการให้ครบทั้ง 74,965 หมู่บ้าน ซึ่งเหลืออยู่ 10,660 หมู่บ้าน

และโครงการดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ ที่ศรีราชา จ.ชลบุรี บนพื้นที่ 700 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC นั้น ตอนนี้การออกแบบอาคารเสร็จแล้ว

ในเร็ว ๆ นี้จะเปิดตัวภาคเอกชนไทย และต่างประเทศ นับ 10 ราย เช่น ไมโครซอฟท์ โนเกีย ไอบีเอ็ม ซึ่งในพื้นที่โครงการดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ จะรวบรวมบุคลากรที่มีความสามารถโดยเน้นใน 10 อุตสาหกรรมหลัก เข้ามาพัฒนาด้านดิจิทัลของไทยให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย

รวมถึงจัดตั้งสถาบัน IOT แห่งชาติ (Internet of Things หรือ อินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง) ซึ่งใช้งบประมาณในการจัดตั้ง 1,000 ล้านบาท ด้านสมาร์ทซิตี้จะพัฒนา 5 จังหวัด ประกอบไปด้วย เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยองชลบุรี และฉะเชิงเทรา ให้เป็นเมืองอัจฉริยะและเป็นต้นแบบให้กับเมืองอื่น ๆ

3. G คือ Digital Government รัฐบาลดิจิทัล

ต้องมีการบูรณาการการทำงานให้เข้ากับยุคดิจิทัล เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

4. M คือ Digital Manpower คือ การพัฒนากำลังพลดิจิทัล

มีเป้าหมายพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร 1 ล้านคน เพื่อจะมาใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐ และการพัฒนาด้านธุรกิจและการประยุกต์

5. A คือ Applications การพัฒนาด้านธุรกิจและการประยุกต์

เป็นฐานความรู้ให้ประชาชนมาเรียนรู้เนื้อหาแบบเข้าใจง่าย ๆ โดยมีแนวคิด “มือถือคือห้องเรียน”เนื่องจากพบว่าคนไทยใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า 90 ล้านชื่อ ซึ่งถือว่ามีการใช้บริการมากถึง 150% จึงอยากให้หน่วยงานของรัฐได้จัดทำเนื้อหาที่มีประโยชน์ และให้ความรู้กับประชาชน สามารถเข้ามาเรียนรู้ แต่ต้องทำเนื้อหาให้น่าสนใจและสนุก โครงการทั้งหมดนี้ถือเป็นการลงทุนด้านเนื้อหา และจะทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นดิจิทัลมากขึ้น

ช่วงท้ายของ Meet The Press นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการจัดโครงการ Meet The Press ในครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของรัฐบาล หลังนายกรัฐมนตรีมีแนวคิดสร้างความเข้าใจกับประชาชน ทำให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และตนเอง รวมถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จะจัดโครงการนี้ 2 สัปดาห์/ครั้ง

ซึ่งจะเชิญรัฐมนตรีมาพบสื่อภายในทำเนียบรัฐบาล และเปิดโอกาสให้สื่อประจำกระทรวงต่าง ๆ เข้ามารับฟังข้อมูลโครงการต่าง ๆ และไขข้อสงสัยประเด็นร้อน ๆ ให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ

ในครั้งต่อไปเตรียมพบกับ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ตลาดจีนหนุนส่งเสริม! ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560

โฟล์กสวาเกนเผยยอดขายรถทั่วโลกประจำปี 2560 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 6 ล้านคัน โดยมียอดขายพุ่งในจีนแผ่นดินใหญ่

บริษัทโฟล์กสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนี เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ระหว่างงานดีทรอยต์ออโตโชว์ว่า ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกของบริษัทเมื่อปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 ขึ้นเป็น 6.2 ล้านคัน ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนสูงที่สุดตลอดกาล

โดยยอดขายรถยนต์ของโฟล์กสวาเกน เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในประเทศจีน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 ขึ้นเป็น 3.2 ล้านคัน นับเป็นจำนวนกว่าครึ่งของยอดขายทั่วโลก ขณะที่ตลาดในสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และบราซิลก็ขยายตัวขึ้นเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน

ส่วนตลาดบ้านเกิดอย่างเยอรมนีกลับหดตัวลงร้อยละ 0.1 สืบเนื่องจากข่าวฉาว กรณีการสมคบคิดเลี่ยงระเบียบควบคุมมลพิษในรถเครื่องยนต์ดีเซลที่จำหน่ายในเยอรมนี ซึ่งทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยไปแล้วหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีนเปิดตัวอภิมหาเรือสินค้ายักษ์ ใหญ่กว่า 4 สนามฟุตบอล

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ที่เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู เรือสินค้าขนาดมหึมาลำแรกที่สร้างโดยประเทศจีนได้ถูกนำออกสู่ปากแม่น้ำ เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการขนส่ง

เรือสินค้าลำนี้มีขนาดยาว 400 เมตร กว้าง 58.6 เมตร สามารถบรรทุกสินค้าได้มากถึง 20,000 TEUs (TEU หมายถึง 1 ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต)

ดาดฟ้าเรือกว้างยิ่งกว่า 4 เท่าของสนามฟุตบอล นับเป็นหนึ่งในเรือขนส่งสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยที่สุดของจีน

เรือลำนี้ติดตั้งระบบก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อให้ได้มาตรฐานหากจะนำไปดัดแปลงใหม่ในอนาคต

เสก โลโซ ขอละทางโลก เตรียมห่มผ้าเหลืองศึกษาพระธรรม

 

หลังเจอกระแสเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย และตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนในสังคม สำหรับร็อกเกอร์เสียงดี เสก โลโซ ล่าสุดกับ คดียิงปืนขึ้นฟ้าภายในวัดเขาขุนพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเหตุให้เจ้าตัวต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นเรื่องราวใหญ่โตมาแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ล่าสุด ในเฟซบุ๊คของ เสก โลโซ เจ้าตัวได้เขียนข้อความแจ้งข่าวลาบวชเพื่อศึกษาพระธรรม  โดย เสก ได้บอกว่าเป็นการบวชพระครั้งแรกในชีวิต

“ข้าพเจ้านายเสกสรรค์ ศุขพิมายหรือเสก โลโซ ขอแจ้งข่าวว่าข้าพเจ้าจะอุปสมบท บวชเป็นพระครั้งแรกในชีวิต ในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๑ จะบวชเป็นเวลา ๙ วัน จึงแจ้งมาให้ทราบทั่วกัน จะบวชที่วัดใดนั้น ข้าฯ จะขอแจ้งให้ทราบในภายหลัง …”ส. ศุขพิมาย”…” 

ร่วมอนุโมทนาบุญกับ เสก โลโซ ด้วยนะคะ  

ตั๊กแตน ชลดา สุดช้ำจับได้สามีนอกใจ ถึงกับอึ้ง!!

ทำเอาแฟนคลับช็อกไปตามๆ กัน เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง ตั๊กแตน ชลดา โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพแชทที่สามี เพชร สหรัตน์ แอบคุยกับผู้หญิงอื่นในทางชู้สาว โดยมีหลักฐานเป็นภาพแนบชิดระหว่างสามีกับสาวคนนั้น

ข้อความของตั๊กแตนระบุว่า…

“ฉันมีค่ามากพอค่ะ ถ้าจะต้องมาตบตีกับเมียน้อยเพื่อแย่งผู้ชายคนนึง ฉันไม่ทำค่ะ ‼️ ฉันมีค่ามากพอ ‼️#สามีให้ของขวัญครบรอบ 2 ปีได้เจ็บปวดที่สุด #ฉันยกให้คุณค่ะ”

งานนี้แฟนคลับเข้ามาคอมเม้นต์ให้กำลังใจสาวตั๊กแตนเป็นจำนวนมาก รวมถึงเพื่อนๆพี่ๆ ในวงการ อาทิ เจเน็ต เขียว , เอิร์น สุรัตน์ติกานต์ , แมงปอ ชลธิชา

ล่าสุด สาวตั๊กแตนได้ลบโพสต์ดังกล่าวออก โดยโพสต์ข้อความชี้แจงใหม่ว่า “ขออนุญาตลบโพสต์นะคะ เมื่อกี้มันไม่ไหวจริงๆ คือมันสุดๆแล้ว มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ตอนนี้ตั้งสติได้แล้ว ขอให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามกระบวนการแล้วกันนะคะ” พร้อมอิโมติคอนรูปหัวใจแตกสลาย

กระบะจอมปาดโมโห โดนบีบแตรเตือน คว้าดาบขู่กลางถนน

โลกออนไลน์วิจารณ์ คลิปรถกระบะคันหนึ่งขับปาดหน้า แต่ถูกบีบแตรเตือน ไม่พอใจ ลงมาพร้อมถือมีดดาบยาวขู่รถคู่กรณี

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า อนุรักษ์ ทายาทตระกูลคงเนียม ที่โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า “ขออนุญาตครับ ช่วยกันแชร์ครับ ใช้ถนนร่วมกัน แต่กลับพกมีดยาวขนาดนี้สมควรหรือไม่ครับ”

จากคลิปทำให้เห็นเหตุการณ์เริ่มแรก โดยจะเห็นว่า รถคันที่ติดกล้องหน้ารถขับมาตามเส้นทางปกติ แต่จู่ๆ รถกระบะคันก่อเหตุก็ขับแซงขึ้นมาพร้อมกับบีบแตรยาวใส่รถคันที่วิ่งมาปกติ รถคันดังกล่าวก็ตีออกเลนขวาและบีบแตรเตือนไป 1 ครั้ง

จากนั้นรถกระบะคันก่อเหตุก็ขับมาปาดหน้ารถคู่กรณีอีกครั้งและหยุดจอด จากนั้นลงจากรถมาพร้อมกับมีดยาวเดินเข้ามาตะโกนใส่รถคู่กรณีว่า “เก่งนักหรือไง กูสั่งให้เปิดประตู” แต่คู่กรณีไม่มีการตอบโต้ใดๆ และดูเหมือนเรื่องจะจบเพราะรถกระบะคันก่อเหตุได้ขับออกไป แต่ว่ารถกระบะคันก่อเหตุได้ขับไปและจอดอีกครั้ง ครั้งนี้ลงมาพร้อมกับถือปืนวิ่งลงมาจากนั้นทุบกระจกรถคู่กรณีอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ รถคู่กรณีได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจพร้อมบอกข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตามจับตัว

เรื่องดังกล่าวเมื่อถูกแชร์ออกไปก็มีชาวเน็ตที่เข้ามาให้ข้อมูลว่ารถทะเบียนจังหวัดภูเก็ต มีพฤติกรรมขับรถปาดหน้ามาก่อน ซึ่งคนที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวเกิดเหตุเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2560

นักศึกษา ม.ดัง ประท้วงไม่เอา 2 อาจารย์ลามก-ออกเกรดให้ตกทั้งชั้น

นักศึกษา ม.ดัง ประท้วงไม่เอา 2 อาจารย์ลามก-ออกเกรดให้ตกทั้งชั้น

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2547 กลุ่มนักศึกษาคณะศิลปศาสตรบัณฑิต สาขานิเทศศิลป์ ม.ราชภัฏนครราชสีมาได้รวมตัวกันประท้วงกล่าวหา นายบุญกอง อาจารย์ประจำคณะ ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถ่ายภาพของลับเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ราชการ และถูกเผยแพร่ไปทั่วมหาวิทยาลัย เป็นข่าวฉาวในขณะนั้นอย่างมาก อีกทั้งยังกล่าวหาว่านายบุญกอง ปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่ายวัสดุฝึกงานนักศึกษาไปใช้ส่วนตัว นักศึกษาจึงได้มีการรวมตัวชุมนุมประท้วงขับไล่ ทางอธิการบดีในขณะนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัย

โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่าเป็นความผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรง จึงมีการลงโทษโดยสั่งปลดจากตำแหน่งประธานโปรแกรมวิชาศิลปกรรมในขณะนั้น ไม่ปรับเงินเดือนขึ้นให้เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา ให้ย้ายไปสอนที่คณะอื่นและมีคำสั่งให้นำเงินที่เบิกจ่ายไปใช้ส่วนตัวนำมาคืน

ส่วนในกรณีของ นายสัญญา อาจารย์คณะเดียวกัน ก็ถูกนักศึกษากล่าวหาว่าออกเกรดหรือผลการเรียนนักศึกษาตกทั้งชั้นเรียน ทางอธิการบดีได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีคำสั่งย้ายให้ไปสอนประจำที่คณะอื่นเช่นกัน

ต่อมาเมื่อปี 2555 นายบุญกองฯ และนายสัญญา ได้ยื่นหนังสือถึงอธิการมหาวิทยาลัยเพื่อขอกลับมาสอนที่คณะเดิม แต่นักศึกษาได้รวมตัวถือป้ายข้อความประท้วงขับไล่ไม่เอาอาจารย์ทั้ง 2 คนอีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ในขณะนั้นทางมหาวิทยาลัยได้ชี้แจงต่อนักศึกษาแล้วว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบ และลงโทษแล้ว จึงมีการประชุมและหาทางออกร่วมกัน โดยผลสรุปว่าไม่อนุมัติคำสั่งย้ายนายบุญกอง และนายสัญญา ให้กลับมาสอนยังคณะศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 อธิการบดี ได้มีคำสั่งให้นายบุญกอง และนายสัญญา กลับเข้ามาสอนที่คณะศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ อีกครั้ง เป็นเหตุให้นักศึกษาในคณะรวมตัวถือป้ายข้อความประท้วง ขับไล่อาจารย์ทั้ง 2 คน

โดยกลุ่มนักศึกษาได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวในกรณีนี้ว่า นายบุญกอง ขาดจริยธรรมความเป็นครู และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถ่ายรูปลามกอนาจารของตนเองเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ราชการ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่ายวัสดุฝึกงานนักศึกษาไปใช้ส่วนตัว ส่วนนายสัญญา ไม่มีความเป็นธรรมจริยธรรมในความเป็นครูโดยให้เกรดนักศึกษาตกทั้งชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มนักศึกษาได้ยื่นหนังสือถึงอธิการมหาวิทยาลัย เพื่อขอคัดค้านคำสั่งแล้ว และให้มีการยกเลิกคำสั่งย้ายภายใน 5 วัน หากไม่เช่นนั้นจะนำเรื่องนี้ร้องเรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป หลังแกนนำนักศึกษาอ่านแถลงการณ์เสร็จแล้วได้มีการชูป้ายประท้วงและตะโกนขับไล่อาจารย์ทั้งสองคน ก่อนสลายตัวไปในที่สุด

กรรมติดจรวด ชายอินเดียใช้เข็มเย็บปากงูเห่า สุดท้ายเจอแว้งกัดดับ

ชายชาวอินเดียพยายามใช้เข็มเย็บปิดปากงูเห่า หวังเอาไปเลี้ยงและฝึกให้เชื่อง แต่เกิดพลาดท่าถูกแว้งกัดมือจนเสียชีวิต

เว็บไซต์เดอะ ซัน ของอังกฤษรายงานว่า (15 ม.ค.) ชายชาวอินเดียทราบชื่อ โภลา นาธ (Bhola Nath)คนขับรถคนหนึ่งในรัฐพิหาร ทางตะวันออกของอินเดีย จับงูเห่าที่กำลังขดตัวผึ่งแดดอยู่นิ่งไม่ขยับเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ด้วยมือเปล่า ก่อนจะใช้เข็มร้อยด้ายพยายามเย็บปากของมันให้ติดกัน ท่ามกลางสายตาเพื่อนบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่

แต่ระหว่างนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่องูพิษตัวนั้นเกิดดิ้นหลุดออกจากมือของเขา แล้วแว้งกัดเข้าที่มือ ทว่าตอนนั้นเขาไม่ได้มีอาการใดๆ กระทั่งไม่นานหลังจากที่เขาหิ้วเอางูพิษที่เย็บปากมันเสร็จแล้วนั้นกลับบ้าน ก็เริ่มมีอาการของพิษเกิดขึ้น และเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล

ราม นาธ (Ram Nath) เพื่อนบ้านบอกว่า นายโภลา เพิ่งจะมาสนใจการจับงูได้ไม่นาน บางครั้งก็มักจะออกไปตระเวนจับงูตามหมู่บ้านไกลๆ ซึ่งชาวบ้านเผยด้วยว่านายโภลา ต้องการจะนำงูพิษนั้นกลับไปเลี้ยงที่บ้านและฝึกให้เชื่องด้วยการใช้สมุนไพร

ขณะที่ครอบครัวของนายโภลาก็ได้นำงูพิษทั้งสองตัวที่เขาจับมานั้นมาฆ่าทิ้งด้วยความโกรธแค้น แล้วนำซากมันไปฝังไว้กับหลุมศพของเขาด้วย

“ยาคุต” อาชาสุดแกร่ง หนาวจัด -60 องศา ยังทนได้

“ยาคุต” อาชาสุดแกร่ง หนาวจัด -60 องศา ยังทนได้

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ม้าสายพันธุ์ยาคุต (Yakut) จัดเป็นม้าพันธุ์หายากจากสาธารณรัฐซาฮาของสหพันธรัฐรัสเซีย สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศหนาวเย็นจัดได้ดี และมีชีวิตอยู่รอดได้แม้ต้องเผชิญความเหน็บหนาวอุณหภูมิ -60 องศาเซลเซียส

หนึ่งในลักษณะโดดเด่นที่สำคัญที่สุดของม้ายาคุตคือความสามารถในการแสวงหาพืชพรรณชนิดต่างๆ ที่จมลึกอยู่ใต้กองหิมะกินเป็นอาหารได้ รวมถึงผิวหนังยืดหยุ่นและชั้นไขมันซึ่งช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกาย

การเพาะเลี้ยงม้ายาคุตเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชนท้องถิ่น เนื่องจากสามารถกินได้ทั้งเนื้อและนมของพวกมัน โดยคนเลี้ยงม้ามักอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กท่ามกลางอุณหภูมิที่อาจลดลงถึง -48 องศาเซลเซียส

ม้ายาคุตสามารถผลิตเนื้อได้สูงถึง 105 กิโลกรัม เมื่ออายุ 6 เดือน, 165 กิโลกรัม เมื่ออายุ 30 เดือน และราว 228 กิโลกรัม เมื่อเจริญเติบโตเต็มวัย