กระบะจอมปาดโมโห โดนบีบแตรเตือน คว้าดาบขู่กลางถนน

โลกออนไลน์วิจารณ์ คลิปรถกระบะคันหนึ่งขับปาดหน้า แต่ถูกบีบแตรเตือน ไม่พอใจ ลงมาพร้อมถือมีดดาบยาวขู่รถคู่กรณี

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า อนุรักษ์ ทายาทตระกูลคงเนียม ที่โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า “ขออนุญาตครับ ช่วยกันแชร์ครับ ใช้ถนนร่วมกัน แต่กลับพกมีดยาวขนาดนี้สมควรหรือไม่ครับ”

จากคลิปทำให้เห็นเหตุการณ์เริ่มแรก โดยจะเห็นว่า รถคันที่ติดกล้องหน้ารถขับมาตามเส้นทางปกติ แต่จู่ๆ รถกระบะคันก่อเหตุก็ขับแซงขึ้นมาพร้อมกับบีบแตรยาวใส่รถคันที่วิ่งมาปกติ รถคันดังกล่าวก็ตีออกเลนขวาและบีบแตรเตือนไป 1 ครั้ง

จากนั้นรถกระบะคันก่อเหตุก็ขับมาปาดหน้ารถคู่กรณีอีกครั้งและหยุดจอด จากนั้นลงจากรถมาพร้อมกับมีดยาวเดินเข้ามาตะโกนใส่รถคู่กรณีว่า “เก่งนักหรือไง กูสั่งให้เปิดประตู” แต่คู่กรณีไม่มีการตอบโต้ใดๆ และดูเหมือนเรื่องจะจบเพราะรถกระบะคันก่อเหตุได้ขับออกไป แต่ว่ารถกระบะคันก่อเหตุได้ขับไปและจอดอีกครั้ง ครั้งนี้ลงมาพร้อมกับถือปืนวิ่งลงมาจากนั้นทุบกระจกรถคู่กรณีอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ รถคู่กรณีได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจพร้อมบอกข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตามจับตัว

เรื่องดังกล่าวเมื่อถูกแชร์ออกไปก็มีชาวเน็ตที่เข้ามาให้ข้อมูลว่ารถทะเบียนจังหวัดภูเก็ต มีพฤติกรรมขับรถปาดหน้ามาก่อน ซึ่งคนที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวเกิดเหตุเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2560

นักศึกษา ม.ดัง ประท้วงไม่เอา 2 อาจารย์ลามก-ออกเกรดให้ตกทั้งชั้น

นักศึกษา ม.ดัง ประท้วงไม่เอา 2 อาจารย์ลามก-ออกเกรดให้ตกทั้งชั้น

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2547 กลุ่มนักศึกษาคณะศิลปศาสตรบัณฑิต สาขานิเทศศิลป์ ม.ราชภัฏนครราชสีมาได้รวมตัวกันประท้วงกล่าวหา นายบุญกอง อาจารย์ประจำคณะ ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถ่ายภาพของลับเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ราชการ และถูกเผยแพร่ไปทั่วมหาวิทยาลัย เป็นข่าวฉาวในขณะนั้นอย่างมาก อีกทั้งยังกล่าวหาว่านายบุญกอง ปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่ายวัสดุฝึกงานนักศึกษาไปใช้ส่วนตัว นักศึกษาจึงได้มีการรวมตัวชุมนุมประท้วงขับไล่ ทางอธิการบดีในขณะนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัย

โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่าเป็นความผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรง จึงมีการลงโทษโดยสั่งปลดจากตำแหน่งประธานโปรแกรมวิชาศิลปกรรมในขณะนั้น ไม่ปรับเงินเดือนขึ้นให้เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา ให้ย้ายไปสอนที่คณะอื่นและมีคำสั่งให้นำเงินที่เบิกจ่ายไปใช้ส่วนตัวนำมาคืน

ส่วนในกรณีของ นายสัญญา อาจารย์คณะเดียวกัน ก็ถูกนักศึกษากล่าวหาว่าออกเกรดหรือผลการเรียนนักศึกษาตกทั้งชั้นเรียน ทางอธิการบดีได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีคำสั่งย้ายให้ไปสอนประจำที่คณะอื่นเช่นกัน

ต่อมาเมื่อปี 2555 นายบุญกองฯ และนายสัญญา ได้ยื่นหนังสือถึงอธิการมหาวิทยาลัยเพื่อขอกลับมาสอนที่คณะเดิม แต่นักศึกษาได้รวมตัวถือป้ายข้อความประท้วงขับไล่ไม่เอาอาจารย์ทั้ง 2 คนอีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ในขณะนั้นทางมหาวิทยาลัยได้ชี้แจงต่อนักศึกษาแล้วว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบ และลงโทษแล้ว จึงมีการประชุมและหาทางออกร่วมกัน โดยผลสรุปว่าไม่อนุมัติคำสั่งย้ายนายบุญกอง และนายสัญญา ให้กลับมาสอนยังคณะศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 อธิการบดี ได้มีคำสั่งให้นายบุญกอง และนายสัญญา กลับเข้ามาสอนที่คณะศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ อีกครั้ง เป็นเหตุให้นักศึกษาในคณะรวมตัวถือป้ายข้อความประท้วง ขับไล่อาจารย์ทั้ง 2 คน

โดยกลุ่มนักศึกษาได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวในกรณีนี้ว่า นายบุญกอง ขาดจริยธรรมความเป็นครู และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถ่ายรูปลามกอนาจารของตนเองเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ราชการ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่ายวัสดุฝึกงานนักศึกษาไปใช้ส่วนตัว ส่วนนายสัญญา ไม่มีความเป็นธรรมจริยธรรมในความเป็นครูโดยให้เกรดนักศึกษาตกทั้งชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มนักศึกษาได้ยื่นหนังสือถึงอธิการมหาวิทยาลัย เพื่อขอคัดค้านคำสั่งแล้ว และให้มีการยกเลิกคำสั่งย้ายภายใน 5 วัน หากไม่เช่นนั้นจะนำเรื่องนี้ร้องเรียนถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป หลังแกนนำนักศึกษาอ่านแถลงการณ์เสร็จแล้วได้มีการชูป้ายประท้วงและตะโกนขับไล่อาจารย์ทั้งสองคน ก่อนสลายตัวไปในที่สุด

กรรมติดจรวด ชายอินเดียใช้เข็มเย็บปากงูเห่า สุดท้ายเจอแว้งกัดดับ

ชายชาวอินเดียพยายามใช้เข็มเย็บปิดปากงูเห่า หวังเอาไปเลี้ยงและฝึกให้เชื่อง แต่เกิดพลาดท่าถูกแว้งกัดมือจนเสียชีวิต

เว็บไซต์เดอะ ซัน ของอังกฤษรายงานว่า (15 ม.ค.) ชายชาวอินเดียทราบชื่อ โภลา นาธ (Bhola Nath)คนขับรถคนหนึ่งในรัฐพิหาร ทางตะวันออกของอินเดีย จับงูเห่าที่กำลังขดตัวผึ่งแดดอยู่นิ่งไม่ขยับเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ด้วยมือเปล่า ก่อนจะใช้เข็มร้อยด้ายพยายามเย็บปากของมันให้ติดกัน ท่ามกลางสายตาเพื่อนบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่

แต่ระหว่างนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่องูพิษตัวนั้นเกิดดิ้นหลุดออกจากมือของเขา แล้วแว้งกัดเข้าที่มือ ทว่าตอนนั้นเขาไม่ได้มีอาการใดๆ กระทั่งไม่นานหลังจากที่เขาหิ้วเอางูพิษที่เย็บปากมันเสร็จแล้วนั้นกลับบ้าน ก็เริ่มมีอาการของพิษเกิดขึ้น และเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล

ราม นาธ (Ram Nath) เพื่อนบ้านบอกว่า นายโภลา เพิ่งจะมาสนใจการจับงูได้ไม่นาน บางครั้งก็มักจะออกไปตระเวนจับงูตามหมู่บ้านไกลๆ ซึ่งชาวบ้านเผยด้วยว่านายโภลา ต้องการจะนำงูพิษนั้นกลับไปเลี้ยงที่บ้านและฝึกให้เชื่องด้วยการใช้สมุนไพร

ขณะที่ครอบครัวของนายโภลาก็ได้นำงูพิษทั้งสองตัวที่เขาจับมานั้นมาฆ่าทิ้งด้วยความโกรธแค้น แล้วนำซากมันไปฝังไว้กับหลุมศพของเขาด้วย

“ยาคุต” อาชาสุดแกร่ง หนาวจัด -60 องศา ยังทนได้

“ยาคุต” อาชาสุดแกร่ง หนาวจัด -60 องศา ยังทนได้

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ม้าสายพันธุ์ยาคุต (Yakut) จัดเป็นม้าพันธุ์หายากจากสาธารณรัฐซาฮาของสหพันธรัฐรัสเซีย สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศหนาวเย็นจัดได้ดี และมีชีวิตอยู่รอดได้แม้ต้องเผชิญความเหน็บหนาวอุณหภูมิ -60 องศาเซลเซียส

หนึ่งในลักษณะโดดเด่นที่สำคัญที่สุดของม้ายาคุตคือความสามารถในการแสวงหาพืชพรรณชนิดต่างๆ ที่จมลึกอยู่ใต้กองหิมะกินเป็นอาหารได้ รวมถึงผิวหนังยืดหยุ่นและชั้นไขมันซึ่งช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกาย

การเพาะเลี้ยงม้ายาคุตเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชนท้องถิ่น เนื่องจากสามารถกินได้ทั้งเนื้อและนมของพวกมัน โดยคนเลี้ยงม้ามักอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กท่ามกลางอุณหภูมิที่อาจลดลงถึง -48 องศาเซลเซียส

ม้ายาคุตสามารถผลิตเนื้อได้สูงถึง 105 กิโลกรัม เมื่ออายุ 6 เดือน, 165 กิโลกรัม เมื่ออายุ 30 เดือน และราว 228 กิโลกรัม เมื่อเจริญเติบโตเต็มวัย

อดีตสามีหึงโหด ลากภรรยาออกมายิงกลางบ้าน ดับต่อหน้าลูกสาว

อดีตสามีหึงโหด จ่อยิงภรรยาดับต่อหน้าลูกสาว หลังเลิกรากันไป 2 ปีแล้ว แต่ยังตามหึงหวงและขู่ฆ่าหลายครั้ง โดยผู้ก่อเหตุหลบหนีลอยนวล

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ปรมะ วิไลลักษณ์ตระกูล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตภายในบ้าน ม.12 ต.สระกระเทียม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบ จ.นครปฐม ชุดสืบเมืองนครปฐม พร้อมด้วยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นางเตือนตา อายุ 53 ปี เป็นสมาชิก อบต. สระกระเทียมเสียชีวิตจมกองเลือดข้างโต๊ะไม้บริเวณห้องโถงรับแขก และด้านข้างมีแม่ของผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนเตียงในมุ้งสีฟ้า ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้

สอบถามลูกสาวชื่อ น.ส.นิตยลักภย์ อายุ 16 ปี เล่าให้ฟังว่า พ่อกับแม่แยกทางกันมานานแล้ว ตนกับน้องชายและแม่อยู่ด้วยกันที่บ้านอีกหลัง แต่ต่อมาทางด้านพ่อมักจะทำร้ายแม่ และแอบมาขู่จะฆ่าตลอด จึงพากันไปนอนบ้านยาย วันเกิดเหตุ พ่อของตน ชื่อ นายนำพล อายุ 50 ปี ได้เข้ามาที่บ้าน และเดินมาทุบและถีบประตูห้องที่แม่นอนอยู่ด้านในห้องจนประตูพัง และพ่อก็ลากตัวของแม่ออกมาด้านนอกห้องและใช้ปืนจ่อขมับ โดยใช้ปืนขู่ตนและหลาน สักพักระหว่างพ่อกับแม่มีการยื้อและฉุดกระชากกัน จนได้ยินแม่พูดขึ้นมาว่า ‘อย่าๆ’ และสักพักก็ได้ยินเสียงปืน 1 นัด ตนเองเห็นแม่ล้มลงและนอนนิ่งมีเลือดไหลเต็มพื้น จึงแจ้งญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนพ่อผู้ก่อเหตุวิ่งหลบหนีออกไปพร้อมอาวุธปืน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย โดยหลังการตรวจสอบยังพบว่าคนร้ายรายนี้มีหมายจับติดตัวอีก 3 ใบ ของศาลจังหวัดนครปฐม

ชมพู่ อารยา พาลูกติดดินเล่นทราย สายฟ้า พายุ ครื้นเครงมาก

ชมพู่ อารยา พาลูกติดดินเล่นทราย สายฟ้า พายุ ครื้นเครงมาก

ต้องบอกว่าเป็นเด็กอารมณ์ดีมากๆ สำหรับพี่น้องฝาแฝด สายฟ้า พายุ ลูกชายสุดหล่อของ ชมพู่ อารยากับ น็อต วิศรุต เพราะไม่ว่าคุณแม่ คุณพ่อจะพาออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน เด็กๆ จะมีแต่เสียงหัวเราะและสนุกครึกครื้นเป็นพิเศษ เจอใครก็ทักทายอ้อแอ้ตลอดเวลา เรียกว่าช่างเจรจาแต่เด็กเลยจริงๆ

ล่าสุด กับภาพน่ารักๆ ของ สายฟ้า พายุ กับการเล่นกองทรายสถานที่ที่คุ้นเคย คุณแม่ชม ชอบพาลูกๆ มาสนุก

ดูจากภาพแล้ว สายฟ้า อยากจะลุกขึ้นมาลุยทรายให้ได้เลยจริงๆ เพราะมีใจรักในกีฬาฟุตบอลตามคุณพ่อหรือเปล่าไม่รู้

ส่วน หนุ่มน้อยพายุ สุดอารมณ์ดี ดูเหมือนจะชอบมอง พี่สายฟ้า เพลินแน่ๆ เพราะมีแต่รอยยิ้มเท่ๆ ที่เฝ้าดูพฤติกรรมของพี่ชายตลอดการเล่นทรายครั้งนี้

แฟนคลับที่ติดตาม สายฟ้า พายุ บอกเลยว่าตอนนี้เริ่มแยกออกได้ชัดเจนมากว่า หนุ่มน้อยคนไหนคือสายฟ้า หนุ่มน้อยคนไหนคือพายุ เพราะดูจากอากัปกิริยาแล้วแตกต่างกันแบบมีสไตล์มากๆ

จัดไปหนึ่งตับ! “ลินการ์ด” ถ่อมตัวขอไม่เปรียบตัวเองกับ “เมสซี่”

 

อัพเดทข่าวดัง

จัดไปหนึ่งตับ! “ลินการ์ด” ถ่อมตัวขอไม่เปรียบตัวเองกับ “เมสซี่”

เจสซี่ ลินการ์ด ถ่อมตัวไม่ขอเปรียบฝีเท้าตนเองกับซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลน่า อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และขอโฟกัสกับการช่วย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุเป้าหมายในฤดูกาลนี้

“เมสซี่ เป็นหนึ่งในนักเตะยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องดีในการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง แต่ผมคือตัวผมและตราบใดที่ผมสามารถช่วยทีมได้ มีเพียงเรื่องนั้นอย่างเดียวที่สำคัญ”

“ผมตระหนักว่านี่คือช่วงเวลาของผมและผมต้องยกระดับตัวเองขึ้นมา ผมเคยพูดตั้งแต่เมื่อตอนต้นฤดูกาลแล้วว่าผมมีเป้าหมายของตัวเองที่อยากไปให้ถึง ซึ่งตอนนี้ผมกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น และผมหวังว่าจะทำมันให้สำเร็จ”

โดยฟอร์มในฤดูกาลนี้ของลินการ์ด นับว่ายอดเยี่ยมเมื่อเขาสามารถยิงได้ 7 ประตูและ 19 แอสซิสต์ให้กับทัพปีศาจแดง พาทีมรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก โดยตามหลังคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 12 คะแนน

เครื่องบินลำเลียงกองทัพตุรกีประสบเหตุตก ดับ 3 ศพ

อัพเดทข่าวดัง

เครื่องบินลำเลียงกองทัพตุรกีประสบเหตุตก ดับ 3 ศพ

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพตุรกีแถลงการณ์ เครื่องบินลำเลียงลำหนึ่งของกองทัพประสบเหตุตก บริเวณทางตอนใต้ของอนาโตเลีย (Anatolia) เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 3 นาย

กองทัพตุรกี (TSK) กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกนักบิน 2 นาย และช่างเทคนิค 1 นาย ตกบริเวณทางตอนใต้ของจังหวัดอิสปาร์ตา และทางกองทัพขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของทหารกล้าที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้

ส่วนสาเหตุที่เครื่องบินลำดังกล่าวตกนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ผู้ว่าราชการท้องถิ่น Sehmus Gunaydin บอกกับสถานีโทรทัศน์ TRT ของทางการตุรกีว่า พื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยเมฆหมอกหนา ซึ่งนั้นอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวประสบเหตุตก พร้อมกล่าวว่า “เรากำลังพยายามค้นหาซากเครื่องบิน”

ทางกองทัพตุรกีเปิดเผยว่า เครื่องบินคาซ่าลำดังกล่าวขึ้นบินจากฐานทัพในจังหวัดเอสกิซีเฮีย ทางตะวันตกของอนาโตเลีย เมื่อเวลา 08.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และขาดการติดต่อไปเมื่อเวลาประมาณ 09.50 น. ซึ่งปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือได้เริ่มขึ้นทันที

ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เครื่องบินรบลำหนึ่งของกองทัพตุรกีก็ประสบเหตุตกบริเวณใกล้กับสนามบินแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดดียาร์บากีร์ แต่นักบินสามารถดีดตัวออกมาจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย

“อภิสิทธิ์” ชนะคดี “พล.อ.อ.สุกำพล” ปลดจากราชการทหาร ย้อนหลัง 23 ปี

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผย ศาลฎีกา พิพากษาคดี ให้เพิกถอนคำสั่ง พล.อ.อ.สุกำพล ปลดออกจากราชการทหาร ย้อนหลัง 23 ปี

อัพเดทข่าวดัง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

ผู้สื่อข่าวรายงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งข้อความถึงสื่อมวลชน ระบุว่า วันนี้ศาลฎีกา ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่ตนฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เพื่อให้เพิกถอนคำสั่ง ที่ปลดตนออกจากราชการ โดยศาลฎีกาได้ยืนคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ที่ให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เนื่องจาก เป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบ

โดย นายบัณฑิต ศิริพันธ์ ทนายความของ นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงคดีที่ นายอภิสิทธิ์ ฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกคำสั่งปลดออกจากราชการทหาร ย้อนหลังถึง 23 ปีว่า นายอภิสิทธิ์ได้ต่อสู้คดีนี้ มาถึง 3 ศาล จนกระทั่ง ศาลฎีกา พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของ พล.อ.อ.สุกำพล เพราะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ส่อไปในทางทุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ สามารถแนบคำพิพากษาศาลฎีกา ไปยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีอาญา ตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กับ พล.อ.อ.สุกำพลได้

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ปี 2555 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในขณะนั้น (รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์) ได้ลงนามในคำสั่ง กระทรวงกลาโหม ที่ 1163 /2555 เรื่องให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ โดยมีเนื้อความโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ปี 2531 ว่าที่ รต. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รรก.อจ.ส่วนการศึกษา รร.จปร. (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) ได้ใช้เอกสารใบสำคัญ สด.9 แทนฉบับที่ชำรุดสูญหาย ลง 8 เม.ย. ปี 2531 อันมีข้อความสาระสำคัญเป็นเท็จ (ถือว่า เป็นเอกสารเท็จ) จนทำให้เจ้าหน้าที่ สัสดีผิดหลงใบสำคัญ สด.3 ลง 2 มิ.ย.ปี 2531 ขึ้นทะเบียนกองประจำการ จึงให้ปลด ว่าที่ร.ต.อภิสิทธิ์ ออกจากราชการ

นอกจากนี้ เมื่อเดือน เม.ย. ปี 2530 พล.อ.อ.สุกำพล ยังนำเอกสาร อาทิ ทะเบียนกองประจำการ สด.3, บัญชีคนขาดปี 2539, บัญชีเรียก สด. 16 และ ใบ สด.9 กล่าวหาว่า นายอภิิสิทธิ์ ไม่รับการเข้าเกณฑ์ทหาร นำมาสู่การถอดยศทหารของ นายอภิสิทธิ์ และตราบาปว่า “หนีทหาร”

วันที่ื 16 ก.ย.ปี 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติ 159 ต่อ 27 เสียง ไม่ออกเสียง 1 ถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล พ้นจาก ตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลัง ป.ป.ช. ชี้มูล กรณีใช้ตำแหน่ง แทรกแซงการแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งทำให้ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

คิดถึงลูก…แม่ชราวัย 78 เดินเท้าบนทางด่วน 40 กม. เพื่อไปท่ารถ

คิดถึงลูก…แม่ชราวัย 78 เดินเท้าบนทางด่วน 40 กม. เพื่อไปท่ารถ

อัพเดทข่าวดัง

ข่างต่างประเทศ

 

เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจจราจรบนทางด่วนสายหนึ่งในเมืองกุ้ยโจว กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยบนทางด่วนอยู่ ก็พบคุณยายวัย78 ปีคนหนึ่งเดินกำลังอยู่บนถนนเพียงลำพัง

เมื่อสอบถามว่ามาจากไหนก็พบว่าแกเดินทางมาจากหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไปถึง 40 กว่ากิโลเมตร และออกเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานเพื่อมาขึ้นรถที่ท่ารถบัสในอำเภอหรงเจียง โดยจุดหมายปลายทางคือเมืองเวินโจวที่ลูกสาวของคุณยายอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงช่วยพาคุณยายขึ้นรถ พาไปส่งที่ท่ารถ จัดการช่วยซื้อตั๋วให้ พร้อมหาข้าวและน้ำให้คุณยายทานด้วย

เมื่อคุณยายเห็นว่าตำรวจซื้อมาเยอะเกินไป จึงบอกว่าตนกินไม่หมดหรอก พร้อมทำท่าส่งถุงอาหารคืนให้ตำรวจ แต่ตำรวจท่านนี้ก็บอกให้แกเก็บไว้เผื่อหิวระหว่างทางจะได้มีอะไรรองท้อง นับเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวเน็ตทั้งสงสารและซึ้งใจในเวลาเดียวกัน