เมียนมาขุดเจอ “ขุมทองทหารญี่ปุ่น” สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บนเส้นทางรถไฟสายมรณะ

โลกฮือฮา ขุดเจอขุมทองคำแท่ง สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บนเส้นทางรถไฟสายมรณะในเมียนมา

orthodox-geo.com แถวชายแดนจ.กาญจนบุรี

(25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า นายลิน ลิน ข่าย (Lin Lin Khine) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมืองทันบูซายัด รวมไปถึงสื่อเมียนมาระดับประเทศ ต่างตรวจสอบข่าวการขุดเจอถ้ำที่เก็บซุกซ่อนทองของทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บริเวณใกล้เขตเมืองทันบูซายัด ทางตะวันออกเฉียงใต้รัฐมอญ ตามเส้นทางรถไฟสายมรณะ จากเมืองพญาต่องซูติด จ.กาญจนบุรีของไทย ไปยังเมืองทันบูซายัด

สืบเนื่องมาจากรัฐบาลเมียนมา ได้ว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาสร้างถนน ในขณะที่ใช้รถแบ็คโฮออกขุดบริเวณภูเขาในสวนยางของชาวบ้านก็พบปากถ้ำทองดังกล่าวมีความลึกราว 8 เมตร เมื่อลงไปตรวจค้นก็พบทองคำแท่งเก่าแก่ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตขึ้นในปี 1932 ปั๊มตราเป็นภาษาอังกฤษว่า BURMA BUDDHA หมายถึง ทองของพระพุทธเจ้า ซึ่งทหารญี่ปุ่นยุคนั้นใช้ไฟเผาพระพุทธรูปและชฎาเจดีย์ นำทองมาหลอม

รายงานจากผู้สื่อข่าวเมียนมา ประจำรัฐมอญ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดย นายมินซู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ของเมียนมา เป็นผู้นำทีมสำรวจค้นหาข้อมูลและขอพื้นที่จากชาวบ้าน

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ชาวบ้านบางส่วนเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากมีการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับขุมทองญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ส่วนแบ่งจากรัฐบาล โดยได้เข้าร้องทุกข์กับผู้นำ และ แกนนำ ส.ส.พรรคเอ็นแอลดี ว่าทองคำที่ขุดค้นพบในที่ดินของตน ประชาชนควรมีส่วนแบ่ง และขณะนี้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินและพืชสวน แต่ฝ่ายราชการแจ้งว่าทุกอย่างเป็นสมบัติของชาติ และจะดำเนินการขุดค้นสำรวจทรัพย์สมบัติ ค้นหาข้อมูลเส้นทางการเดินทัพของทหารญี่ปุ่นต่อไป

ผู้สื่อข่าวเมียนมา ระบุอีกว่า เมียนมาขุดเจอขุมทองคำแท่งถึง 2 ครั้ง ในเขตรัฐมอญของเมียนมา ครั้งแรกสมัยนายพลเนวิน ผู้นำทางทหาร เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา และครั้งนี้ขุดพบโดยบริษัทของชาวเมียนมา

สำหรับที่มาขุมทองนั้นเกิดขึ้นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนายพลโทโมยูกิ ยามาชิตะ เจ้าของฉายาเสือร้ายแห่งมลายู ที่บุกเข้าไปยึดฟิลิปปินส์ ก่อนจะถูกทหารอเมริกันรุกไล่ให้ลงไปจากเกาะ ได้ฝังทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาล มีทั้งทองคำ เพชร พลอย และศิลปะล้ำค่าจากเอเชียอาคเนย์ไว้ในหลายประเทศขณะถอยทัพ โดยฝังไว้ ถึง 172 จุด เมื่อฝังสมบัติเสร็จแล้วได้ฝังเชลยศึกเหล่านั้นตามไปเพื่อรักษาความลับเอาไว้ และยิ่งกลายเป็นความลับดำมืดชั่วนิรันดร์ เมื่อนายพล โทโมยูมิ ถูกประหารชีวิตในปี 1946

หนุ่มบราซิลปล้นหน้าโรงเรียน ผู้ปกครองหญิงควักปืนยิงสวน 3 นัด ดับ

หนุ่มถือปืนปล้นหน้าโรงเรียนในบราซิล

eazyportal.com ผู้ปกครองหญิงทราบภายหลังเป็นตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ ควักปืนยิงสวน 3 นัด ดับ

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เว็บไซต์ Daily Mail รายงานว่า เกิดเหตุสุดระทึก ชายหนุ่มชาวบราซิลคนหนึ่งถืออาวุธปืนเล็งใส่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนบริเวณหน้าประตูโรงเรียนแห่งหนึ่งเพื่อปล้นทรัพย์ ก่อนชั่วพริบตาต่อมาจะถูกผู้ปกครองหญิงคนหนึ่งควักปืนยิงสวนไป 3 นัด เสียชีวิต โดยทราบภายหลังว่าผู้ปกครองหญิงคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้นสวมชุดลำลองเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมวันแม่

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08:00 น. วันที่ 12 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หน้าโรงเรียนเอกชนแฟร์ไรรา มาสเตอร์ ในนครเซาเปาโล ชายผู้ก่อเหตุชื่อ เอลิเวลตัน เนเวส โมไรรา อายุ 21 ปี พุ่งเข้าไปใช้อาวุธปืนเล็งใส่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียน พร้อมประกาศว่าเขาจะปล้นทรัพย์

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือหนึ่งในผู้ปกครองที่ยืนอยู่นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ ซึ่งทราบภายหลังว่าเธอชื่อ คาเทีย ดา ซิลวา ซาสเตร อายุ 42 ปี เดินทางไปโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมวันแม่ของลูกสาววัย 7 ขวบ โดยเธอได้ควักปืนยิงสวนไปที่บริเวณหน้าอกและขาของเขา 3 นัด

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นคุณแม่ตำรวจคนดังกล่าวควักปืนยิงสวนชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว จนเขาล้มฟุบนอนร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมยกมือยอมจำนน ก่อนต่อมาเธอจะเข้าไปเก็บอาวุธและสั่งให้เขาอยู่ในท่ายอมจำนน จากนั้นติดต่อเรียกหน่วยแพทย์ ขณะที่ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนคนอื่นๆ วิ่งหนีด้วยความตื่นตกใจ

โดยชายหนุ่มผู้ก่อเหตุไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้านคุณแม่ตำรวจเผยว่า “ฉันไม่รู้ว่าเขาจะยิงเด็ก แม่เด็ก หรือรปภ. ฉันคิดแค่ว่าต้องปกป้องบรรดาคุณแม่ เด็กๆ ชีวิตตัวเองและลูกสาว ฉันต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดการกระทำเขา ป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายใคร”

ทั้งนี้ การกระทำของคุณแม่ตำรวจคนดังกล่าวได้รับคำชื่นชมจากชาวเน็ตจำนวนมาก รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความปลอดภัย และผู้ว่าราชการนครเซาเปาโลด้วย

เครื่องบินเจ็ทตุรกีตกปริศนาในอิหร่าน ไม่ฟันธงเกี่ยวก่อการร้าย

เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวจากตุรกี พร้อมด้วยผู้โดยสารและลูกเรือ 20 คน ประสบเหตุตกในอิหร่าน พยานพบเห็นลูกไฟพุ่งขึ้นไป คล้ายถูกยิงให้ตก ทางการยังไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว สัญชาติตุรกี ประสบเหตุตกในพื้นที่ห่างไกลประเทศอิหร่าน เบื้องต้นมีรายงานว่าบนเครื่องบินลำนี้มีผู้โดยสารและลูกเรือประมาณ 20 คน คาดว่าน่าจะเสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่มีพยานอ้างว่า เห็นลูกไฟพุ่งใส่เครื่องบินลำดังกล่าว อาจจะเป็นกรณียิงขีปนาวุธของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่ความรุนแรง

ตามรายงานระบุว่า สื่อท้องถิ่นของประเทศอิหร่านได้ยืนยันว่า เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว สัญชาติตุรกี ประสบเหตุตกลงบริเวณพื้นที่เทือกเขากันดาร ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 มีนาคม หลังจากที่เครื่องบินลำดังกล่าวได้บินมาจากนครชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเดินทางกลับไปยังนครอิสตันบูล

ทั้งนี้ ทางการและหน่วยกู้ภัยได้ระดมทีมกันออกค้นหาซากเครื่องบินลำดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าผู้โดยสารและลูกเรือประมาณ 20 คนนั้น ไม่น่าจะรอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ล่าสุดสามารถระบุพิกัดได้คร่าวๆ ว่า เครื่องบินน่าจะตกอยู่ใกล้กับเมืองชาฮ์ครีคอท จังหวัดชาฮาร์มาฮาลและบัคเตียรี

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นยังระบุอีกว่า มีพยานพบเห็นลูกไฟบางอย่างพุ่งขึ้นมาจากด้านหลังของเทือนเขาเฮเลน ก่อนจะปะทะกับตัวเครื่องบินและประสบเหตุตกลงมา ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันใดๆ ว่าจะเกี่ยวข้องกับก่อการร้ายหรือก่อวินาศกรรมหรือไม่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงเร่งค้นหาจุดที่เครื่องบินตกอยู่



ข้อมูล : RT.com

ไฟปริศนาพุ่งทะลุพื้นกลางเมืองเนเธอร์แลนด์ คลอกคนงานเจ็บ 2

เปลวไฟปริศนาปะทุจากใต้พื้นทางเท้าในกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ พุ่งใส่คนงานก่อสร้างที่กำลังปีนอยู่บนบันไดบาดเจ็บ

สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่คลิปวีดิโอ ที่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะคนงานชายกำลังปีนบันไดทำงานคาดว่า กำลังซ่อมโคมไฟอยู่ด้านนอกร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

แต่อยู่ๆ ที่พื้นทางเท้าใกล้ๆ ทางมุมขวาของกล้อง ก็เริ่มมีควันสีขาวลอยขึ้นมา พร้อมๆ กับดันพื้นทางเท้าให้ขยับขึ้น และไม่นานนักลูกไฟขนาดใหญ่ก็เกิดปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้คนงานที่อยู่บนบันได ถูกแรงอัดจนร่วงตกลงมา ก่อนถูกไฟลวก จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง รวม 2 คน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสาเหตุ พบว่า น่าจะเกิดจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง เนื่องจากสายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อใต้ดินถูกกระทบกระเทือน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ยังทำให้บ้านเรือนในละแวกนั้นกว่า 30,000 หลัง ไม่มีไฟฟ้าใช้ ช่วงเวลาหนึ่ง และระบบรถรางของเมืองบางส่วนต้องหยุดให้บริการ

จีนทดสอบรถไฟความเร็วสูง “ฟู่ซิง” ขบวนใหม่ ยาวกว่าเดิม 2 เท่า

จีนทดสอบรถไฟความเร็วสูง “ฟู่ซิง” ขบวนใหม่ ยาวกว่าเดิมสองเท่า จุคนได้มากขึ้น

รถไฟความเร็วสูง ฟู่ซิง
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อไม่นานนี้ จีนได้เริ่มทดสอบรถไฟความเร็วสูง “ฟู่ซิง” (Fuxing – 复兴) ขบวนใหม่ ที่มีตู้โดยสารทั้งหมด 16 ตู้ คิดเป็นความยาวรวม 415 เมตร ซึ่งยาวกว่ารถไฟฯ ฟู่ซิงที่ใช้ในปัจจุบันถึงสองเท่าตัว และสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า 1,100 คนต่อเที่ยว

รถไฟความเร็วสูง ฟู่ซิง
รายงานระบุว่า รถไฟฯ ฟู่ซิง ถูกออกแบบและผลิตเองทั้งหมดในจีน มีพื้นที่กว้างขวางและประหยัดพลังงานมากกว่ารถไฟหัวกระสุนรุ่นก่อนของจีน ส่วนการทดสอบรถไฟฯ ฟู่ซิง ขบวนใหม่ในกรุงปักกิ่งเป็นการตรวจสอบองค์ประกอบต่างๆ จำนวน 28 ข้อ โดยกลุ่มบุคคลที่สาม

ทั้งนี้ ปัจจุบันจีนเป็นเจ้าของโครงข่ายทางรถไฟความเร็วสูงที่มีความยาวมากที่สุดในโลก โดยราวสามส่วนของโครงข่ายทั้งหมดถูกออกแบบให้สนับสนุนการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วออกแบบของรถไฟฯ ฟู่ซิง



ขอบคุณข้อมูล : news.sanook.com
(ข้อมูล : เฟซบุ๊ก XinhuaNews)

จีนเปิดตัวอภิมหาเรือสินค้ายักษ์ ใหญ่กว่า 4 สนามฟุตบอล

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ที่เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู เรือสินค้าขนาดมหึมาลำแรกที่สร้างโดยประเทศจีนได้ถูกนำออกสู่ปากแม่น้ำ เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการขนส่ง

เรือสินค้าลำนี้มีขนาดยาว 400 เมตร กว้าง 58.6 เมตร สามารถบรรทุกสินค้าได้มากถึง 20,000 TEUs (TEU หมายถึง 1 ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต)

ดาดฟ้าเรือกว้างยิ่งกว่า 4 เท่าของสนามฟุตบอล นับเป็นหนึ่งในเรือขนส่งสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยที่สุดของจีน

เรือลำนี้ติดตั้งระบบก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อให้ได้มาตรฐานหากจะนำไปดัดแปลงใหม่ในอนาคต

เครื่องบินลำเลียงกองทัพตุรกีประสบเหตุตก ดับ 3 ศพ

อัพเดทข่าวดัง

เครื่องบินลำเลียงกองทัพตุรกีประสบเหตุตก ดับ 3 ศพ

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพตุรกีแถลงการณ์ เครื่องบินลำเลียงลำหนึ่งของกองทัพประสบเหตุตก บริเวณทางตอนใต้ของอนาโตเลีย (Anatolia) เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 3 นาย

กองทัพตุรกี (TSK) กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกนักบิน 2 นาย และช่างเทคนิค 1 นาย ตกบริเวณทางตอนใต้ของจังหวัดอิสปาร์ตา และทางกองทัพขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของทหารกล้าที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้

ส่วนสาเหตุที่เครื่องบินลำดังกล่าวตกนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ผู้ว่าราชการท้องถิ่น Sehmus Gunaydin บอกกับสถานีโทรทัศน์ TRT ของทางการตุรกีว่า พื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยเมฆหมอกหนา ซึ่งนั้นอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวประสบเหตุตก พร้อมกล่าวว่า “เรากำลังพยายามค้นหาซากเครื่องบิน”

ทางกองทัพตุรกีเปิดเผยว่า เครื่องบินคาซ่าลำดังกล่าวขึ้นบินจากฐานทัพในจังหวัดเอสกิซีเฮีย ทางตะวันตกของอนาโตเลีย เมื่อเวลา 08.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และขาดการติดต่อไปเมื่อเวลาประมาณ 09.50 น. ซึ่งปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือได้เริ่มขึ้นทันที

ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เครื่องบินรบลำหนึ่งของกองทัพตุรกีก็ประสบเหตุตกบริเวณใกล้กับสนามบินแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดดียาร์บากีร์ แต่นักบินสามารถดีดตัวออกมาจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย

คิดถึงลูก…แม่ชราวัย 78 เดินเท้าบนทางด่วน 40 กม. เพื่อไปท่ารถ

คิดถึงลูก…แม่ชราวัย 78 เดินเท้าบนทางด่วน 40 กม. เพื่อไปท่ารถ

อัพเดทข่าวดัง

ข่างต่างประเทศ

 

เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจจราจรบนทางด่วนสายหนึ่งในเมืองกุ้ยโจว กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยบนทางด่วนอยู่ ก็พบคุณยายวัย78 ปีคนหนึ่งเดินกำลังอยู่บนถนนเพียงลำพัง

เมื่อสอบถามว่ามาจากไหนก็พบว่าแกเดินทางมาจากหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไปถึง 40 กว่ากิโลเมตร และออกเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานเพื่อมาขึ้นรถที่ท่ารถบัสในอำเภอหรงเจียง โดยจุดหมายปลายทางคือเมืองเวินโจวที่ลูกสาวของคุณยายอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงช่วยพาคุณยายขึ้นรถ พาไปส่งที่ท่ารถ จัดการช่วยซื้อตั๋วให้ พร้อมหาข้าวและน้ำให้คุณยายทานด้วย

เมื่อคุณยายเห็นว่าตำรวจซื้อมาเยอะเกินไป จึงบอกว่าตนกินไม่หมดหรอก พร้อมทำท่าส่งถุงอาหารคืนให้ตำรวจ แต่ตำรวจท่านนี้ก็บอกให้แกเก็บไว้เผื่อหิวระหว่างทางจะได้มีอะไรรองท้อง นับเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวเน็ตทั้งสงสารและซึ้งใจในเวลาเดียวกัน