ผมเป็นพวกใช้สมอง! “เอสตราด้า”

ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า รองอันดับ 1 ชาวเม็กซิกัน เผยการชกกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกชาวไทย ในการชกชิงแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต จะเป็นไฟต์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตการค้ากำปั้น

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในอาชีพของผม เพราะการชนะการต่อสู้ครั้งนี้ จะทำให้ผมกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง” เอสตราดากล่าวกับ อีเอสพีเอ็น เดปอร์เตส

อย่างไรก็ตาม กำปั้นชาวเม็กซิกัน รู้ดีว่าพลังกำปั้นของแชมป์โลกชาวไทยหนักเพียงไหน เมื่อได้เห็นการชกครั้งล่าสุด ที่เป็นฝ่ายเอาชนะน็อก “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว เพียงแค่ยกที่ 4 เท่านั้น

“รูปแบบการชกของเราแตกต่างกันมาก หลายคนอาจคิดว่าเขาจะน็อกผม เพราะเขามีพลังกำปั้น และร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าผม แต่ผมอยากจะบอกว่ามวยเป็นเรื่องของมันสมองและทักษะ ไม่ใช่มีดีเพียงแค่กำลังจะสามารถคว้าชัยได้” เอสตราด้า กล่าว

สำหรับ ศึกป้องกันตำแหน่งแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ของ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกชาวไทย ที่นครลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา, เวิร์คพอยท์ ทีวี(ช่อง 23) จะรับหน้าที่ถ่ายทอดสด ให้แฟนๆได้ชมกันถึงบ้าน ตรงกับประเทศไทยคือเช้าวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ชาวเน็ตประทับใจ หนุ่มขับรถชนเบนซ์หรู

ชาวเน็ตประทับใจ หนุ่มขับรถชนเบนซ์หรู แต่ไม่โดนด่าเพราะเจ้าของรถใจดี สืบประวัติพบเป็นเจ้าของกิจการร้านยาชื่อดัง

(6 ก.พ.) เจ้าของเฟซบุ๊ก Chutchai Thukoh โพสต์รูปภาพและข้อความเล่าเรื่องราวประทับใจ หลังขับรถไปเฉี่ยวชนรถเบนซ์ราคาแพง ในใจคิดว่าเจ้าของคงเอาเรื่อง แต่เมื่อลงไปคุยจริงๆ คู่กรณีกลับยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมให้ข้อคิดดีๆ ในชีวิต โดยข้อความระบุว่า…

“เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาขับรถไปเฉี่ยวกับรถของคุณลุง ตอนแรกในใจคิดว่า เห้ละ ต้องโดนด่าเละแน่เลย รถหรูซะด้วย แต่พอจอดรถแล้วลงมาคุยกัน ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้ คุณลุงขับรถตามเข้ามาจอดข้างๆ ลดกระจกลงดูรถตัวเอง แล้วก็ลงมาพูดกับเราด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแบบเราก็งงๆ ว่าลุงยิ้มทำไม

คุณลุง : โดนเต็มๆ เลยนะ

เรา : เป็นไรมากมั้ยครับ

คุณลุง : ไม่เป็นไรมาก ว่าแต่รถเรามีประกันมั้ย

เรา : มีครับ

คุณลุง : โอเค งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เรียกประกันเคลมก็จบเรื่องแล้ว ผมเข้าใจน้องนะว่าคุณก็ไม่ได้อยากจะชนผมหรอก แต่มันคืออุบัติเหตุ รถเราก็มีประกันกันทั้งคู่ ไม่เห็นจะต้องโกรธหรือโมโหกันเลย รถมีประกันก็ให้ประกันเคลียร์ไป ผมก็ไม่เข้าใจนะว่า รถชนกันแล้วทำไมต้องลงมาด่ากันและก็ตีกันด้วย

สำหรับผมนะผมมองว่ามันตลกมาก ผมแก่แล้ว มีทุกอย่างแล้ว ทุกวันนี้ตื่นมาไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็พอ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว ส่วนน้องยังหนุ่มยังแน่นก็คงต้องสู้ต่อไป ก่อนที่ผมจะมีอย่างทุกวันนี้ผมก็สู้มาเยอะ

ทั้งนี้ ผมขอบคุณสำหรับคำสอนในการใช้ชีวิตที่ดีครับ ขอบคุณที่ไม่โกรธผมเลยสักนิดที่เฉี่ยวรถหรูของคุณลุง และขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คุณลุงเสียเวลา #ถ้าคนขับรถหรูในบ้านเราเป็นแบบคุณลุงสัก 10 เปอร์เซ็นต์ก็คงดีนะครับ #ขออนุญาตนำรูปมาเผยแพร่เพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ นะครับ”

อย่างไรก็ตาม คุณลุงใจดีเจ้าของรถเบนซ์หรูคันดังกล่าว ที่แท้คือ เภสัชกร ไชยเสน พิศาลวาเลิศกรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด หรือ ร้านยาฟาสซิโน (Fascino) จุดเริ่มต้นเป็นเพียงร้านยาขนาดเล็กๆ 1 คูหา หน้าโรงพยาบาล ก่อนเติบโตมีสาขาอยู่ทั่วประเทศกว่า 80 สาขา

“สมยศ” รับเคยยืมเงิน “เสี่ยกำพล”

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยืนยันความบริสุทธิ์ เพราะไม่รู้ที่มาของเงินที่ยืมจากเสี่ยกำพล หลังมีรายชื่อพัวพันการฟอกเงินร่วมกับเสี่ยกำพล

(5 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานแถลงข่าวฟุตบอลโตโยต้าไทยลีกฤดูกาลใหม่ ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เป็นประธานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยมี 18 สโมสรเข้าร่วมงาน ซึ่งฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่นำระบบ VAR เข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มมาตรฐาน และแก้ไขปัญหาล้มบอลที่เกิดขึ้น

และในการแถลงข่าวครั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้ชี้แจงถึงกรณีที่มีชื่อเข้าไปพัวพันกับคดีฟอกเงินของ เสี่ยกำพล หรือ นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท โดยการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอพบว่า เงินของเสี่ยกำพลโอนเข้ามาที่บัญชีของตนเอง

โดย พล.ต.อ.สมยศ ยอมรับว่ารู้จักเสี่ยกำพลมานานกว่า 20 ปี จากการแนะนำของเพื่อนในวงการพระเครื่อง เคยได้รับการช่วยเหลือโดยยืมเงินจำนวน 300 กว่าล้านบาท จากเสี่ยกำพลจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่รู้ที่มาของเงินที่เสี่ยกำพลให้ยืม ซึ่งได้เตรียมเอกสารต่างๆ เตรียมแจงกับทางดีเอสไอเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ต่อไป

สะเทือนกำปั้นไทย! “โอลิมปิก”

กลายเป็นข่าวที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการกำปั้นสมัครเล่นทั่วโลก เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ที่เมืองพยองซัง ประเทศเกาหลีใต้ นำโดยนาย โธมัส บัค ประธานไอโอซี และมีการกล่าวถึงการบริหารงานของ สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือ ไอบ้า ที่เป็นปัญหามานานเป็นประเด็นสำคัญ

ปธ.ไอโอซี กล่าวถึงปัญหาต่างๆ ในสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของคู่แข่งภายในองค์กรที่พยายามขับไล่ ชิง-กั๊วะ วู ประธานไอบ้าชาวไต้หวันลงจากตำแหน่ง ซึ่งสุดท้าย อดีตผู้บริหารวัย 70 ปี ก็ยอมอำลาตำแหน่งหลังทนกระแสกดดันไม่ไหว

แต่การแต่งตั้ง กาฟูร์ ราคิมอฟ ชาวอุซเบกิสถาน ขึ้นมาเป็นประธานชั่วคราว กลับเกิดปัญหาขึ้นมาอีก เพราะ ผู้บริหารวัย 66 ปี รายนี้ดันมีประวัติเกี่ยวพันกับแก๊งอาชญากรรมมากมาย

นอกจากนี้ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ยังไม่รับรองคำแถลงจากไอบ้า ที่ยืนยันมาตลอดว่ามวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ ริโอ เดอจาเนโร ปราศจากการล็อกผลการแข่งขัน โดยมองว่าการบริหารของไอบ้ายังน่าเป็นห่วงมาก จึงได้มีมติงดจ่ายเงินสนับสนุนให้ไอบ้า เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังพิจารณารายงานของฝ่ายสอบสวนอย่างละเอียดแล้ว ยังไม่พอใจกับกรณีการบริหารการเงิน ผู้ตัดสิน และเรื่องสารกระตุ้น

แต่วาระสำคัญที่สุดคือการที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาบรรจุกีฬามวยสากล ในกีฬายูธ โอลิมปิก 2018 ที่บูเอโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า และ โอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยขอพิจารณารายงานเพิ่มเติมจากทางไอบ้า ในเดือนเมษายน อีกครั้ง

อดีตสามีหึงโหด ลากภรรยาออกมายิงกลางบ้าน ดับต่อหน้าลูกสาว

อดีตสามีหึงโหด จ่อยิงภรรยาดับต่อหน้าลูกสาว หลังเลิกรากันไป 2 ปีแล้ว แต่ยังตามหึงหวงและขู่ฆ่าหลายครั้ง โดยผู้ก่อเหตุหลบหนีลอยนวล

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ปรมะ วิไลลักษณ์ตระกูล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตภายในบ้าน ม.12 ต.สระกระเทียม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบ จ.นครปฐม ชุดสืบเมืองนครปฐม พร้อมด้วยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นางเตือนตา อายุ 53 ปี เป็นสมาชิก อบต. สระกระเทียมเสียชีวิตจมกองเลือดข้างโต๊ะไม้บริเวณห้องโถงรับแขก และด้านข้างมีแม่ของผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนเตียงในมุ้งสีฟ้า ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้

สอบถามลูกสาวชื่อ น.ส.นิตยลักภย์ อายุ 16 ปี เล่าให้ฟังว่า พ่อกับแม่แยกทางกันมานานแล้ว ตนกับน้องชายและแม่อยู่ด้วยกันที่บ้านอีกหลัง แต่ต่อมาทางด้านพ่อมักจะทำร้ายแม่ และแอบมาขู่จะฆ่าตลอด จึงพากันไปนอนบ้านยาย วันเกิดเหตุ พ่อของตน ชื่อ นายนำพล อายุ 50 ปี ได้เข้ามาที่บ้าน และเดินมาทุบและถีบประตูห้องที่แม่นอนอยู่ด้านในห้องจนประตูพัง และพ่อก็ลากตัวของแม่ออกมาด้านนอกห้องและใช้ปืนจ่อขมับ โดยใช้ปืนขู่ตนและหลาน สักพักระหว่างพ่อกับแม่มีการยื้อและฉุดกระชากกัน จนได้ยินแม่พูดขึ้นมาว่า ‘อย่าๆ’ และสักพักก็ได้ยินเสียงปืน 1 นัด ตนเองเห็นแม่ล้มลงและนอนนิ่งมีเลือดไหลเต็มพื้น จึงแจ้งญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนพ่อผู้ก่อเหตุวิ่งหลบหนีออกไปพร้อมอาวุธปืน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย โดยหลังการตรวจสอบยังพบว่าคนร้ายรายนี้มีหมายจับติดตัวอีก 3 ใบ ของศาลจังหวัดนครปฐม