อุทาหรณ์ กระบะหลบสุนัขวิ่งตัดหน้ารถพลิกคว่ำ คู่กรณีหนีลอยนวล

อุทาหรณ์ขับรถยนต์กระบะ หักหลบสุนัขวิ่งข้ามถนนตัดหน้า

eazyportal.com จนรถเสียหลักแฉลบคูน้ำข้างถนน จนรถพลิกหงายล้อชี้ฟ้า รถพังยับ ส่วนคนขับโชคยังดีแค่บาดเจ็บเล็กน้อย เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.10 น.วันที่ 25 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา

โดยทาง ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพลิกคว่ำและรถหงายท้องล้อชี้ฟ้าสภาพรถพังยับเยิน มีคนติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณถนนสายบ้านฟ่อน-อำเภอแม่ทะ

ก่อนถึงสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 5 บ้านห้วยหล่อ หมู่ 2 ตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จึงรีบประสานแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์และเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะมิซูบิซิ ไทรตรัน สีดำหมายเลขทะเบียน บล 6666 ลำปาง เสียหลักอยู่ในสภาพล้อชี้ฟ้าอยู่กลางถนน สภาพรถพังยับเยินท้ายรถมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือวัสดุในการติดตั้งแอร์ทำความเย็นกระจายไปทั่ว

ส่วนคนขับเป็นชายอายุประมาณ 35 ปี เป็นชาวบ้าน บ้านแม่ปุง ตำบลน้ำโจ้ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง สามารถที่จะมุดอยากจากหน้ารถออกมาได้อย่างปลอดภัย มีสภาพบาดเจ็บมีบาดแผลฟกซ้ำที่บริเวณหัวไหล่ขวาเล็กน้อย

แต่สภาพเสื้อผ้าแปดเปื้อนไปด้วยคราบโคลนเนื่องจากว่ารถเสียหลักไถลลงคูน้ำก่อนที่จะพลิกหงายล้อชี้ฟ้า ถือว่าโชคดีที่รถไปไถลจมลงไปในคูน้ำ เบื้องต้นคนขับได้เล่าเหตุการณ์ว่า หลังเลิกงานประจำแล้วตนเองยังมีงานนอกเวลาคือรับจ้างติดตั้งแอร์ทำความเย็นและอื่นๆ ทั่วไป จึงมีวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ มาเต็มหลังรถ

และขับรถเพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับบ้านและเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางขึ้นเนิน ปรากฏว่าจู่ๆ มีสุนัขวิ่งออกจากป่าข้างทางมาอย่างรวดเร็ว ตนเองตกใจจึงหักรถหลบไปทางขวาจนรถเสียหลัก ไถลไปกับคูน้ำข้างถนนเป็นทางยาวก่อนที่รถจะพลิกหงายล้อชี้ฟ้า

ซึ่งหลังเกิดเหตุและรถนิ่งสงบแล้วจึงรีบมุดเอาตัวรอดออกมาได้ ถือว่าโชคยังดีที่ไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ ทั้งที่ตนเองมีความหวังดีหักรถหลบสุนัข แต่ตนเองกลับมาประสบอุบัติเหตุขึ้นเอง ส่วนรถที่เกิดเหตุประกันชั้น 1 ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประกันเข้ามาตรวจสอบดำเนินการแล้ว

 

สาวถูกรถชนจนต้อง “ตัดขา” คู่กรณีไม่สำนึกด่าสำออย-ท้าให้ฟ้อง

(25 เม.ย.) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “FhonCm” ได้โพสต์เฟซบุ๊กบอกเล่าเรื่องราวว่าตนเองประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนจนต้องตัดขาข้างขวา

โดยที่คู่กรณีไม่ได้มารับผิดชอบและทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะตัวเองต้องออกจากงานและสามีทำงานไม่ได้ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวเป็นผู้ชายได้ขับชนตนจนได้รับบาดเจ็บเท้าขวาถึงกับเละทำให้หมอต้องตัดขา ตั้งแต่ช่วงใต้เข่าลงไปเพื่อรักษาชีวิต

ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เธอไม่กล้าออกไปไหนเพราะอายการใช้ชีวิต ชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนไปจากคนที่เคยซักผ้าให้พ่อแม่และลูก จากคนที่เคยทำความสะอาดบ้านและไปส่งลูกไปโรงเรียน จากคนที่เคยทำงานหาเงินกลับต้องมาทำให้พ่อแม่ลำบากแม่ต้องออกจากงานมาดูแลตน แต่เธอก็พยายามสู้เพื่อครอบครัว ผ่าตัดมาเกือบ 2 เดือนแล้ว แต่คนขับรถชนที่เป็นคู่กรณีไม่เคยมาดูแลไม่รับผิดชอบใดๆ แม้แต่การแสดงความเสียใจ รวมทั้งแม่ของคู่กรณียังมีการพูดจาซ้ำเติมด้วย

นางสาวจันจิรา ใจคำ อายุ 23 ปี อยู่บ้านใหม่หลังมอ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเปิดเผยว่าเหตุการณ์ตัวเองถูกรถคู่กรณีชนจนต้องถูกตัดขานั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.61 ระหว่างที่ตัวเองขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งสามีทำแผลที่อนามัยใกล้บ้าน ปรากฏว่าเมื่อถึงช่วงถนนคันคลองชลประทานใกล้วัดร่ำเปิง รถยนต์คู่กรณีได้ขับมาชนจนตัวเองและสามีได้รับบาดเจ็บ ซึ่งระหว่างนั้นคู่กรณีที่เป็นชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีแสดงความขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์เท้าฉีกขาด และสามีขาหักแถมคู่กรณียังพยายามหลบหนีด้วย แต่เนื่องจากยางล้อรถแตกจึงไม่สามารถหลบหนีไปได้

จากนั้นได้มีการส่งตัวเองและสามีที่เข้าไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งทางคู่กรณีก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ ระหว่างที่รักษาตัวทางแม่ของคู่กรณีได้ไปที่โรงพยาบาล พูดกล่าวหาว่าตัวเองทำสำออยเพื่อจะเรียกร้องเงินและให้ไปฟ้องร้องเอา ทั้งที่ต่อมาตัวเองต้องถูกหมอตัดสินใจตัดขาออกเพื่อรักษาชีวิต ขณะที่สามีขาหักต้องผ่าตัดแล้วดามเหล็กซึ่งหลังเกิดเหตุ จนถึงตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะทั้งตัวเองและสามีต้องออกจากงานทำให้ไม่มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ที่มีพ่อแม่และลูกสาววัย 5 ปี โดยที่คู่กรณีไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย

นอกจากนี้คดีที่มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ไม่มีความคืบหน้าด้วย จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้เพื่อให้คู่กรณีมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะการที่ตัวเองต้องถูกตัดขาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การสำออยอย่างแน่นอน อยากให้คู่กรณีลองมาเป็นแบบนี้บ้างเพื่อจะได้รับรู้ความรู้สึกทนทุกข์ของตัวเองและครอบครัว

ด้าน นายกิตติพงษ์ คำก๋อง อายุ 29 ปี สามี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเองขาหักจนไม่สามารถทำงานนานกว่า 2 เดือนแล้ว ส่วนภรรยาต้องถูกตัดขาออกเพื่อรักษาชีวิต และยังต้องพักรักษาตัวไม่สามารถกลับทำงานเป็นพนักงานบัญชีได้ ตอนนี้เดือดร้อนอย่างหนักจากการขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ทำให้ผู้เป็นพ่อแบกภาระต้องออกไปหางานทำเลี้ยงดูครอบครัวเพียงคนเดียว ซึ่งอยากจะขอความเป็นธรรมและเรียกร้องให้คู่กรณีมาแสดงความรับผิดชอบด้วย อย่างน้อยในฐานะที่เพื่อนมนุษย์

ชาวเน็ตประทับใจ หนุ่มขับรถชนเบนซ์หรู

ชาวเน็ตประทับใจ หนุ่มขับรถชนเบนซ์หรู แต่ไม่โดนด่าเพราะเจ้าของรถใจดี สืบประวัติพบเป็นเจ้าของกิจการร้านยาชื่อดัง

(6 ก.พ.) เจ้าของเฟซบุ๊ก Chutchai Thukoh โพสต์รูปภาพและข้อความเล่าเรื่องราวประทับใจ หลังขับรถไปเฉี่ยวชนรถเบนซ์ราคาแพง ในใจคิดว่าเจ้าของคงเอาเรื่อง แต่เมื่อลงไปคุยจริงๆ คู่กรณีกลับยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมให้ข้อคิดดีๆ ในชีวิต โดยข้อความระบุว่า…

“เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาขับรถไปเฉี่ยวกับรถของคุณลุง ตอนแรกในใจคิดว่า เห้ละ ต้องโดนด่าเละแน่เลย รถหรูซะด้วย แต่พอจอดรถแล้วลงมาคุยกัน ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้ คุณลุงขับรถตามเข้ามาจอดข้างๆ ลดกระจกลงดูรถตัวเอง แล้วก็ลงมาพูดกับเราด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแบบเราก็งงๆ ว่าลุงยิ้มทำไม

คุณลุง : โดนเต็มๆ เลยนะ

เรา : เป็นไรมากมั้ยครับ

คุณลุง : ไม่เป็นไรมาก ว่าแต่รถเรามีประกันมั้ย

เรา : มีครับ

คุณลุง : โอเค งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เรียกประกันเคลมก็จบเรื่องแล้ว ผมเข้าใจน้องนะว่าคุณก็ไม่ได้อยากจะชนผมหรอก แต่มันคืออุบัติเหตุ รถเราก็มีประกันกันทั้งคู่ ไม่เห็นจะต้องโกรธหรือโมโหกันเลย รถมีประกันก็ให้ประกันเคลียร์ไป ผมก็ไม่เข้าใจนะว่า รถชนกันแล้วทำไมต้องลงมาด่ากันและก็ตีกันด้วย

สำหรับผมนะผมมองว่ามันตลกมาก ผมแก่แล้ว มีทุกอย่างแล้ว ทุกวันนี้ตื่นมาไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็พอ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว ส่วนน้องยังหนุ่มยังแน่นก็คงต้องสู้ต่อไป ก่อนที่ผมจะมีอย่างทุกวันนี้ผมก็สู้มาเยอะ

ทั้งนี้ ผมขอบคุณสำหรับคำสอนในการใช้ชีวิตที่ดีครับ ขอบคุณที่ไม่โกรธผมเลยสักนิดที่เฉี่ยวรถหรูของคุณลุง และขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คุณลุงเสียเวลา #ถ้าคนขับรถหรูในบ้านเราเป็นแบบคุณลุงสัก 10 เปอร์เซ็นต์ก็คงดีนะครับ #ขออนุญาตนำรูปมาเผยแพร่เพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ นะครับ”

อย่างไรก็ตาม คุณลุงใจดีเจ้าของรถเบนซ์หรูคันดังกล่าว ที่แท้คือ เภสัชกร ไชยเสน พิศาลวาเลิศกรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด หรือ ร้านยาฟาสซิโน (Fascino) จุดเริ่มต้นเป็นเพียงร้านยาขนาดเล็กๆ 1 คูหา หน้าโรงพยาบาล ก่อนเติบโตมีสาขาอยู่ทั่วประเทศกว่า 80 สาขา