พลังงานยอมถอย ให้ผู้ค้าประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าได้ พยุงดีเซลไม่เกิน 30 บาท

กระทรวงพลังงาน เตรียมดึงเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามารักษาระดับราคาขายปลีกดีเซลในประเทศไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร พร้อมผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการสามารถประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าได้

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือผลกระทบจากวิกฤติราคาน้ำมันว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอมาตรการดูแลราคาน้ำมันดีเซลเข้าที่ประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาสัปดาห์นี้ โดยระหว่างรอน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษออกมา กระทรวงพลังงานจะใช้กลไกของกองทุนน้ำมันที่มีอยู่เงินอยู่ประมาณ 30,505 ล้านบาท เป็นเครื่องมือในการรักษาระดับราคาน้ำมันดีเซลให้ไม่เกินกว่า 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะสั้น

และเบื้องต้นจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถแจ้งราคาขายปลีกล่วงหน้าให้กับประชาชนได้รับทราบก่อน 1 วันตามเดิม จนกว่าจะผลิตน้ำมันไอโอดีเซลเกรดพิเศษ หรือ B20 ออกจำหน่าย ใช้สำหรับรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกขนาดใหญ่จำหน่ายถูกกว่า ราคาน้ำมันดีเซลเกรดธรรมดา 3 บาท หรือจำหน่ายในราคาลิตรละ 27 บาท ที่คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน-ต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกปรับขึ้นค่าบริการ

โดยขอให้ผู้ประกอบการคลายความกังวลไม่กล้าเปลี่ยนเชื้อเพลิง โดยยืนยันว่า ไม่เกินความสามารถของช่าง ขณะเดียวกันยืนยันว่าจะไม่มีการนำเงินในกองทุนฯเข้าไปอุดหนุนค่าขนส่งเฉพาะส่วนเพราะจะไม่เป็นธรรมกับทุกคนที่มีภาระต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนฯทั้งหมด

 

รัฐบาลช่วยลดราคาน้ำมันทางอ้อม ยอมเก็บเงินเข้ากองทุนเหลือ 10 สตางค์ต่อลิตร

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบการปรับลดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตามที่คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเสนอ จากปัจจุบันที่เก็บ 0.25 บาท/ลิตร คงเหลือ 0.10 บาท/ลิตร ลดชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อเป็นการผ่อนภาระประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการต่าง ๆ ในเรื่องต้นทุนรายจ่าย ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคานํ้ามันในตลาดโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้น

ซึ่งในระยะเวลา 2 ปีดังกล่าว กองทุนฯ ก็ยังมีเงินทุนสำรองเพียงพอที่จะสามารถดำเนินกิจกรรมตามปกติได้อย่างต่อเนื่อง และด้วยฐานะการเงินของกองทุนฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 มีอยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 40,000 ล้านบาท

สำหรับเงินส่วนที่ลด 0.15 บาท/ลิตร จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคได้ 5,350 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถ้าเก็บแบบนี้ กิจกรรมกองทุนฯ จะมีเงินรายรับสำหรับใช้ตามแผนการดำเนินงานของกองทุนฯ ประมาณปีละ 10,000 ล้านบาท โดยการปรับลดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนฯ นํ้ามันเบนซิน นํ้ามันแก๊สโซฮอล และนํ้ามันดีเซล เริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และปรับอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป



ขอบคุณข้อมูล : รัฐบาลไทย