ปตท. นำลดราคาน้ำมันทุกประเภท เกาะติดสถานการณ์น้ำมัน

น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีการปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเม.ย. 2561 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั้งเบนซินเเละดีเซลในตลาดโลกปรับตัวขึ้นไปเป็นกว่า 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ล่าสุดคาดว่าวันนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกน่าจะเริ่มมีแนวโน้มลดลงบ้าง ปตท. จึงปรับลดราคาน้ำมันลงทันที แม้ราคาน้ำมันตลาดโลกภายหลังการปรับตัวลงจะยังคงอยู่ในระดับสูงก็ตาม โดยกลุ่มเบนซิน ลดลง 50 สตางค์/ลิตร

ส่งผลให้น้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 36.86 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 29.75 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 29.48 บาท/ลิตร E20 อยู่ที่ 27.24 บาท/ลิตร ยกเว้น E85 ลดลง 30 สตางค์/ลิตร อยู่ที่ 21.44 บาท/ลิตร กลุ่มดีเซล ลดลง 50 สตางค์/ลิตร อยู่ที่ 29.29 บาท/ลิตร และน้ำมันอัลตรา ฟอร์ซ พรีเมียม ดีเซล 32.29 บาท /ลิตร มีผลในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.2561) เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป (โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร)

อย่างไรก็ตาม ปตท. จะยังคงนโยบายติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนทุกท่านร่วมกันใช้เชื้อเพลิงอย่างประหยัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย

ด้านนายสุชาติ ระมาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีกระแสโซเชี่ยลเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนเลิกเติมน้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ปตท. ระหว่างวันที่ 1-7 มิ.ย.นี้ ว่าเบื้องต้นได้รับรายงานจากปั๊มในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศยังไม่พบความผิดปกติเรื่องการจำหน่ายน้ำมันที่ลดลงแต่อย่างใด

“แต่ปตท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยขณะนี้ได้ประสานความร่วมมือไปยังปั๊มปตท.ทุกแห่งทั่วประเทศที่มีกว่า 1,500 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ 90% หรือประมาณ 1,300 แห่งเป็นปั๊มของดีลเลอร์ และมีเพียง 10% ที่ปตท. เป็นเจ้าของเอง ให้เร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนที่มาใช้บริการ ว่าปตท. ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคทั้งเรื่องราคาและคุณภาพน้ำมัน”

อย่างไรก็ตาม ปตท. ขอชี้แจงว่าปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นปั๊มของปตท.เอง หรือเป็นของดีลเลอร์ทุกปั๊มได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร อาทิ ข้าว ผัก ผลไม้ตามฤดูกาลในแต่ละพื้นที่มาวางจำหน่ายในปั๊มโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของปตท. ที่ยังเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานราก ที่ทำให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่เป็นการช่วยกระจายรายได้